ต้องชื่นชมฝ่ายเครื่องแต่งกายที่จับคู่ชุดสูทสีเบจให้ทั้งพระเอกและนางเอก มันสื่อถึงความเข้ากันได้ของพวกเขาโดยไม่รู้ตัว ดูหรูหราและทันสมัยมาก โดยเฉพาะตอนที่พระเอกเอื้อมมือมาจับไหล่เบาๆ มันดูเป็นธรรมชาติแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ทำฉากแฟชั่นได้ดีไม่แพ้ฉากดราม่าเลย
ชอบจังหวะที่พระเอกค่อยๆ เอื้อมมือไปจับมือนางเอก มันไม่ใช่การจับแบบรีบร้อน แต่เป็นการจับที่สื่อว่า 'ฉันอยู่ตรงนี้' สายตาที่มองกันตอนนั้นบอกอะไรได้มากมายโดยไม่ต้องพูดออกมาเลยสักคำ ดูแล้วรู้สึกเขินแทนตัวละครจริงๆ แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ฉากนี้คือที่สุดของความโรแมนติก
นักแสดงทั้งสองคนเก่งมากในการใช้สายตาและสีหน้าสื่ออารมณ์ แค่การขยับคิ้วหรือการกัดริมฝีปากเล็กน้อยก็ทำให้เรารู้สึกถึงความรู้สึกข้างในของพวกเขาได้ โดยเฉพาะตอนนางเอกมองพระเอกด้วยความเขินอาย มันดูจริงใจและไม่เขินจนเกินไป แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว การแสดงระดับนี้หาชมยากในซีรีส์สั้น
ฉากจูบเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก ไม่ยัดเยียดแต่ดูเป็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ที่ลงตัว จังหวะการโอบกอดและการโน้มตัวเข้าหากันดูเป็นธรรมชาติมาก แสงไฟด้านหลังช่วยเสริมให้ฉากนี้ดูสวยงามเหมือนในฝัน ใครที่รอฉากนี้คงฟินสุดๆ แน่นอน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังจริงๆ
แม้จะไม่มีเสียงพูดในบางช่วง แต่ดนตรีประกอบช่วยเล่าเรื่องได้ดีมาก ทำนองเพลงที่คลอไปกับภาพทำให้เรารู้สึกถึงความเหงาและความหวังในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะตอนที่อยู่ริมแม่น้ำ เสียงเพลงยิ่งทำให้บรรยากาศดูเหงาแต่โรแมนติก แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ใช้ดนตรีได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ