ต้องยกนิ้วให้กับการแต่งตัวของนางเอกในชุดสีเทาที่เดินเข้ามาในออฟฟิศ ดูมีความเป็นผู้นำและสง่างามมาก ท่าทางที่เธอมองนาฬิกาแล้วเดินไปคุยกับเลขาฯ บ่งบอกถึงความเป็นคนตรงต่อเวลาและจริงจังกับงาน ฉากนี้ใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ทำให้เห็นภาพลักษณ์ของหญิงแกร่งยุคใหม่ได้ชัดเจนมากจริงๆ
การปะทะคารมระหว่างนางเอกชุดเทากับเลขาฯ ชุดขาวดูมีชั้นเชิงมาก แม้จะไม่มีเสียงตะโกนแต่แววตาและน้ำเสียงที่ดูจริงจังสื่อถึงความไม่พอใจได้ชัดเจน ฉากนี้ทำให้รู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความกดดันเสมอ เป็นอีกฉากที่ดึงอารมณ์คนดูใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ได้ดีมาก
ชอบฉากที่นางเอกนั่งดื่มชาอยู่ในห้องกว้างๆ อย่างเงียบเหงา มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวท่ามกลางความหรูหราได้ดีมาก การที่เธอจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังรอคอยหรือคิดถึงใครบางคน ฉากนี้ใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ทำให้คนดูรู้สึกสงสารและอยากเอาใจช่วยเธอขึ้นมาทันที
ฉากย้อนอดีตที่พระเอกใส่แว่นนั่งดื่มชากับผู้หญิงอีกคนดูอบอุ่นและโรแมนติกมาก รอยยิ้มของทั้งคู่ทำให้รู้ว่าเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันทำให้รู้สึกหดหู่ใจ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ที่ทำให้คนดูอยากขุดคุ้ยอดีตของตัวละครมากๆ
นักแสดงนำแสดงสีหน้าได้ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกชุดเทาเดินเข้ามาแล้วเห็นภาพความทรงจำนั้น สายตาของเธอเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นเจ็บปวดในพริบตาเดียว การแสดงระดับนี้ทำให้ตัวละครใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว มีมิติและน่าค้นหาอย่างยิ่ง