ฉากที่ชายในชุดสูทสีครีมยื่นเอกสารให้หญิงชุดดำแล้วหันไปจับมือหญิงชุดแดง เป็นฉากที่ดูแล้วเจ็บปวดแทนตัวละครเอกจริงๆ การแสดงออกทางสีหน้าที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความเจ็บช้ำทำได้ดีมาก เรื่องราวในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด สอนให้รู้ว่าอย่าไว้ใจใครมากเกินไป เพราะคนที่เราไว้ใจที่สุดอาจเป็นคนที่ทำร้ายเราเจ็บปวดที่สุด
ชอบฉากที่ตัวละครหญิงในชุดดำยืนนิ่งๆ มองอดีตสามีเดินจากไปพร้อมกับหญิงอื่น โดยไม่พูดอะไรเลย ความเงียบในฉากนั้นสื่ออารมณ์ได้ทรงพลังมาก การที่เธอไม่ร้องไห้แต่กลับยิ้มเล็กน้อยตอนท้ายฉาก แสดงให้เห็นว่าเธอเริ่มยอมรับความจริงแล้ว เนื้อหาในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ช่วงนี้ทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก
การเปลี่ยนแปลงของตัวละครหลักจากผู้หญิงที่โดนทิ้งให้กลายเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตัวเอง เป็นพัฒนาการที่น่าประทับใจมาก ฉากที่เธอถือแก้วไวน์อย่างสง่างามในห้องหรู แสดงให้เห็นว่าเธอผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายมาแล้ว เรื่องราวในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด สอนให้รู้ว่าความเจ็บปวดสามารถเปลี่ยนเป็นพลังได้ ถ้าเรารู้จักใช้มันอย่างถูกต้อง
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่อง เช่น การที่ตัวละครหญิงในชุดดำสวมต่างหูระย้าสวยงาม แม้ในตอนที่เธอเจ็บปวดที่สุด หรือการที่เธอถือแก้วไวน์อย่างมั่นคง แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เนื้อหาในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด เต็มไปด้วยรายละเอียดแบบนี้ที่ทำให้เรื่องน่าติดตามมากขึ้น
ฉากที่ตัวละครหลักเลื่อนดูรูปอดีตสามีกับหญิงอื่นในมือถือ แล้ววางมือถือลงอย่างเย็นชา เป็นฉากที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตัวละครได้อย่างชัดเจน เธอไม่โกรธแค้นอีกต่อไป แต่กลับรู้สึกสงสารพวกเขาเสียมากกว่า เรื่องราวในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ทำให้คนดูเห็นว่าความแค้นไม่ใช่ทางออก แต่การปล่อยวางต่างหากคือชัยชนะที่แท้จริง