มองดูผู้หญิงชุดแดงที่ยืนร้องไห้ข้างๆ แล้วรู้สึกสงสารจับใจ เธอพยายามจะดูแลเด็กแต่กลับถูกผลักไสให้ห่างออกไป ฉากนี้ในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ทำออกมาได้เจ็บแสบมาก สายตาของผู้ชายที่มองผู้หญิงชุดดำกับมองเธอต่างกันราวฟ้ากับเหว มันบอกเล่าเรื่องราวความลำเอียงในครอบครัวได้ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
จุดที่พีคที่สุดคือตอนกล้องซูมไปที่หน้าผากของเด็กที่มีรอยเลือดไหล มันเหมือนระเบิดลงกลางห้องประชุม ทุกคนหยุดนิ่งทันที เรื่องหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก แค่รอยแผลเล็กๆ แต่สร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้ตัวละครทุกตัวได้ทันที ผู้ชายที่กอดเด็กแน่นแสดงออกถึงความหวงแหนที่เกินกว่าจะปกปิดได้
ผู้หญิงชุดดำเดินเข้ามาเหมือนนางพญาที่กลับมาทวงบัลลังก์ ท่าทางที่มั่นใจและชุดที่ดูแพงทำให้เธอโดดเด่นกว่าใครในห้อง แม้จะเกิดเรื่องวุ่นวายแต่เธอก็ยังคุมสถานการณ์ได้ เรื่องหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด สร้างตัวละครนี้ได้น่าเกรงขามมาก สายตาที่มองผู้ชายอุ้มเด็กนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเข้มแข็ง
ชอบรายละเอียดเล็กๆ อย่างนาฬิกาทรายบนโต๊ะที่เด็กเล่นอยู่ก่อนจะเกิดเรื่อง มันเหมือนสัญลักษณ์บอกว่าเวลาแห่งความสุขกำลังจะหมดลง ฉากในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด นี้ใช้พร็อพได้มีความหมายมาก เมื่อเด็กสะดุดล้ม นาฬิกาก็เหมือนจะหยุดเดินตามความรู้สึกของคนดูที่หยุดหายใจไปตามๆ กัน การเล่าเรื่องผ่านวัตถุทำได้ละเอียดอ่อนมาก
ฉากที่มีพนักงานยืนมุงดูอยู่ด้านหลังทำให้รู้สึกเหมือนเราเป็นหนึ่งในนั้นที่กำลังซุบซิบ เรื่องหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด สร้างบรรยากาศความเป็นจริงได้เก่งมาก ปฏิกิริยาของคนรอบข้างที่มองด้วยความสงสารและตัดสินไปในเวลาเดียวกัน มันสะท้อนสังคมได้ดีว่าเวลาเกิดเรื่องแบบนี้ คนนอกมักจะสนุกกับการนินทามากกว่าจะเข้าใจความจริง