เด็กน้อยในเรื่องนี้แสดงอารมณ์ได้ละเอียดอ่อนมาก ตอนแรกที่ยายมากอดก็ดูมีความสุข แต่พอวันถัดมาสีหน้ากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสับสนในแววตาตอนที่ยายกับแม่ทะเลาะกันทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ เด็กควรจะได้มีความสุขแต่กลับต้องมาอยู่ในสนามรบของผู้ใหญ่ ช่างเป็นภาพที่บีบหัวใจจริงๆ
พล็อตเรื่องบ้านไกลแค่ไหน ดำเนินเรื่องด้วยความตึงเครียดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง การปะทะกันทางความคิดระหว่างคนสองรุ่นที่แสดงออกผ่านสีหน้าและน้ำเสียงที่สั่นเครือของแม่ ทำให้เห็นภาพความขัดแย้งในครอบครัวได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน
ฉากที่แม่ยืนร้องไห้ขณะที่ยายกำลังพูดจารุนแรง เป็นฉากที่สะเทือนใจที่สุด ความพยายามของแม่ที่จะปกป้องลูกแต่ก็ไม่สามารถต้านทานอำนาจของยายได้ ทำให้เห็นถึงความอ่อนแอของผู้เป็นแม่ที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว สีหน้าเจ็บปวดนั้นทำให้คนดูอยากเข้าไปกอดปลอบใจเธอทันที
หลังจากดราม่าหนักๆ มาทั้งเรื่อง ฉากสุดท้ายที่แม่พาลูกสาวออกไปเดินเล่นข้างนอกและกินลูกชิ้นปิ้ง ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง รอยยิ้มของเด็กน้อยกลับมาอีกครั้งแม้ว่าปัญหาในบ้านอาจจะยังไม่จบสิ้น แต่อย่างน้อยก็มีช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกัน เป็นตอนจบที่เปิดกว้างให้คนดูได้คิดต่อ
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างสร้อยคอที่เด็กน้อยใส่ หรือชุดแต่งกายของยายที่ดูภูมิฐานแต่แฝงความดุร้าย ช่วยเสริมบุคลิกตัวละครได้ดีมาก ยายดูเป็นผู้มีอำนาจที่ควบคุมทุกอย่าง ในขณะที่แม่ดูเรียบง่ายและอ่อนแอ การออกแบบเครื่องแต่งกายช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย