พ่อที่ดูอบอุ่นตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่พอหันหลังให้ลูกกลับเย็นชา การแสดงออกที่เปลี่ยนไปมาอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เห็นถึงความเสแสร้งของผู้ใหญ่บางคนที่เอาแต่ภาพลักษณ์ เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน ทำให้เราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เรากำลังทำร้ายใครโดยไม่รู้ตัวบ้างไหม
ฉากที่พ่อตื่นเต้นกับแบบบ้านหรู แต่ลูกสาวกลับยืนเงียบๆ ข้างหลัง ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความแตกต่างของโลกสองใบได้อย่างชัดเจน ผู้ใหญ่หลงใหลในวัตถุ แต่เด็กต้องการแค่ความใส่ใจ เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน ทำให้เราตระหนักว่า บ้านที่แท้จริงไม่ใช่ตึกสูง แต่คือที่ที่มีรัก
แม่ที่พยายามยิ้มทั้งที่ใจเจ็บปวด พยายามสร้างภาพว่าทุกอย่างปกติ แต่สายตาลูกสาวที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้ว่าเด็กฉลาดกว่าที่เราคิด เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน สอนให้เราหยุดโกหกตัวเองและลูก เพราะความจริงย่อมเปิดเผยเสมอ ไม่ว่าเราจะพยายามปิดบังแค่ไหน
ไม่ต้องมีคำพูดเยอะ แค่สีหน้าและแววตาของลูกสาวก็บอกทุกอย่างได้ชัดเจน ความน้อยใจที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความหวังที่ค่อยๆ มอดดับ เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน ทำให้เราเห็นว่า บางครั้งความเงียบของเด็กก็ดังกว่าเสียงตะโกนของผู้ใหญ่เสียอีก
พ่อที่ภูมิใจกับแบบบ้านหรูในโชว์รูม แต่ลืมไปว่าบ้านที่แท้จริงคือที่ที่มีลูกสาวนั่งกินข้าวด้วย เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จทางวัตถุไม่มีความหมายอะไร ถ้าต้องแลกด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่สุดแล้วเราอาจได้บ้านหรู แต่เสียลูกไปตลอดกาล