
นักแสดงในเรื่องนี้เล่นสีหน้าได้เก่งมาก โดยเฉพาะพระเอกหนุ่มที่แทบไม่ต้องพูดเยอะ แค่ขยับคิ้วหรือจ้องตาก็สื่ออารมณ์ได้หมดแล้ว ส่วนชายวัยกลางคนที่ตอนแรกดูเกรี้ยวกราด พอเจอพลังบางอย่างก็เปลี่ยนเป็นหน้าซีดเผือดทันที การแสดงที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้คนดูอินไปกับสถานการณ์ได้ง่ายมาก
ต้องชื่นชมคอสตูมในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะชุดสูทสีเทาของนางเอกที่ดูทันสมัยและทรงพลัง ตัดกับชุดสีเข้มของพระเอกที่ดูอันตรายและลึกลับ การแต่งกายของตัวละครแต่ละคนบอกสถานะทางสังคมได้ชัดเจนมาก ฉากที่พวกเขาเดินสวนกันในโถงบริษัท มันเหมือนการเดินแบบรันเวย์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ดูแล้วเพลินตาสุดๆ
ฉากเปิดเรื่องช่างน่าตกใจจริงๆ เมื่อชายวัยกลางคนถือโทรโข่งตะโกนด่าทอหน้าอาคารบริษัทใหญ่ แต่จุดพีคคือตอนที่พระเอกหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเดินออกมาด้วยมาดขรึม สายตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง ทำให้ทุกคนต้องก้มหน้า ความรู้สึกเหมือนในซีรีส์ตรารักหมาป่า ที่พระเอกมักจะกลับมาแก้แค้นในตอนที่ทุกคนคิดว่าเขาจบแล้ว ฉากนี้ทำเอาขนลุกซู่!
ชอบฉากที่ตัวละครยืนเผชิญหน้ากันในโถงบริษัทมาก มันไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังแต่เป็นการต่อสู้ทางจิตวิทยาและอำนาจ สายตาที่มองกันแต่ละครั้งเหมือนมีประกายไฟแลบออกมา บรรยากาศเงียบสงัดแต่ตึงเครียดจนหายใจไม่ทั่วท้อง เป็นฉากที่แสดงให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องใช้เสียงดังเสมอไป
แค่ไม่กี่นาทีก็ได้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของตัวละคร ทั้งพ่อแม่ที่ดูมีอำนาจแต่กลับหวาดกลัวลูกชายตัวเอง หรือนางเอกที่ยืนเคียงข้างพระเอกอย่างมั่นคง เรื่องราวครอบครัวดราม่าแบบนี้ทำให้คิดถึงพล็อตในตรารักหมาป่า ที่มีปมเลือดเนื้อเชื้อไขและการช่วงชิงอำนาจกันตลอดเวลา ดูแล้วอยากรู้เบื้องหลังความขัดแย้งนี้จริงๆ
ชื่อบริษัท เว่ย ฉู่ กรุ๊ป ที่ปรากฏบนตึกดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามมาก เหมือนเป็นศูนย์กลางของอำนาจทั้งหมดในเรื่อง การที่ตัวละครหลักๆ มารวมตัวกันที่นี่บ่งบอกว่าต้องมีเรื่องใหญ่ๆ เกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตระกูลนี้ ที่ทำให้แม้แต่ผู้ใหญ่ยังต้องกลัวจนตัวสั่น
ใครจะคิดว่าจุดหักมุมของเรื่องจะอยู่ที่เด็กน้อยตัวเล็กๆ คนนี้ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นแค่ลูกติดธรรมดา แต่พอฉากที่ตาของเด็กน้อยและชายวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนพร้อมกัน มันช่างเหนือธรรมชาติสุดๆ! บรรยากาศในโถงบริษัทเปลี่ยนไปทันที เหมือนมีพลังบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมา ดูแล้วลุ้นจนตัวเกร็งจริงๆ
ชอบการใส่เอฟเฟกต์ตาเรืองแสงและแสงสว่างที่พุ่งออกมาจากพื้นมาก มันทำให้เรื่องดราม่าครอบครัวธรรมดาๆ กลายเป็นเรื่องราวที่มีมิติของพลังเหนือธรรมชาติเข้าไปผสม ดูแล้วตื่นเต้นและคาดเดาไม่ได้เลยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครเหล่านี้ โดยเฉพาะเด็กน้อยที่มีพลังพิเศษแบบนี้
ท่ามกลางความตึงเครียดและการเผชิญหน้า ฉากสุดท้ายที่พระเอก นางเอก และเด็กน้อยยืนจับมือกันท่ามกลางแสงสว่าง มันช่างเป็นภาพที่งดงามและอบอุ่นมาก เหมือนบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวนี้จะยืนหยัดด้วยกันเสมอ เป็นโมเมนต์ฮีลใจคนดูได้ดีมากหลังจากดูดราม่ามาทั้งเรื่อง
พล็อตเรื่องลูกชายที่หายไปหรือถูกมองข้ามแล้วกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เป็นอะไรที่ดูได้ไม่เบื่อเลย โดยเฉพาะเมื่อพระเอกเดินลงบันไดมาพร้อมมาดผู้นำที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดมอง มันคือฉากที่ประกาศศักดาอย่างชัดเจนว่าใครคือเจ้าของตัวจริง เรื่องราวแบบนี้ในตรารักหมาป่า ก็ทำเอาคนดูเอาใจช่วยพระเอกเสมอ


รีวิวตอนนี้