ต้องยกนิ้วให้คอสตูมดีไซเนอร์ของเรื่องแผนเลี้ยงลูกให้ติดดินจริงๆ โดยเฉพาะชุดเดรสสีฟ้าของนางเอกที่ใส่มาในฉากประชุม ตัดกับบรรยากาศเคร่งขรึมของออฟฟิศได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่สวยแต่ยังดูมีอำนาจแฝงอยู่ รอยยิ้มมุมปากตอนเดินผ่านพระเอกที่นอนกองกับพื้น บอกเลยว่าพลังทำลายล้างแรงมาก! การแสดงออกทางสีหน้าของเธอทำให้คนดูเดาทางไม่ถูกเลยว่าเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่
เคมีระหว่างพระเอกในชุดสูทสีเข้มกับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ใส่สูทสีเทาช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกินในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน แม้จะยังไม่มีบทพูดเยอะ แต่ภาษากายและการแลกเปลี่ยนสายตาบอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย ฉากที่ทั้งคู่ยืนกอดอกมองลงมาที่พระเอกที่นั่งพื้น มันสื่อถึงอำนาจและการกดขี่ได้อย่างชัดเจน คนดูอย่างเราๆ ก็ทำได้แค่รอจังหวะเอาใจช่วยพระเอกให้ลุกขึ้นมาสู้
การถ่ายทำในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน ใช้มุมกล้องต่ำเงยขึ้นหาตัวละครที่ยืนอยู่ เพื่อเน้นย้ำความรู้สึกต่ำต้อยของตัวละครที่นอนอยู่บนพื้นได้อย่างยอดเยี่ยม แสงสว่างที่สาดส่องลงมาบนชุดสูทของเจ้านาย ตัดกับความมืดมนรอบๆ ตัวพระเอก สร้างอารมณ์ร่วมได้โดยไม่ต้องพึ่งคำบรรยายเลยแม้แต่น้อย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูมีมิติและน่าติดตามมากกว่าละครทั่วไป
ใครจะคิดว่าแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน จะเริ่มด้วยฉากที่ดูสิ้นหวังแบบนี้ พระเอกที่ดูเหมือนจะแพ้ราบคาบ แต่แววตากลับไม่ยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย การที่เขายังกล้าสบตาและทำท่าทางท้าทายทั้งที่อยู่ในสถานะเสียเปรียบขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ คนดูอย่างเราต้องรอดูว่าหมากเกมนี้เขาจะเดินอย่างไรให้พลิกกลับมาชนะใจทุกคนในออฟฟิศ
บรรยากาศในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน อัดแน่นไปด้วยความกดดัน ตั้งแต่ฉากแรกที่พระเอกนั่งพื้นจนฉากที่นางเอกเดินเข้ามา ทุกอย่างดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยพายุที่พร้อมจะโหมกระหน่ำ การที่ตัวละครอื่นๆ ในห้องประชุมไม่กล้าแม้แต่จะขยับ หรือส่งเสียง แสดงให้เห็นว่าอำนาจของบอสใหญ่นั้นน่ากลัวเพียงใด เป็นซีรีส์ที่เล่นกับจิตวิทยาคนดูได้ดีมาก