สังเกตไหมว่าแต่ละคนแต่งตัวไม่เหมือนกันเลย ชายสูทสีเขียวดูโดดเด่นและต้องการความสนใจ ส่วนชายเสื้อสีเทาแต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูมีชั้นเชิง เรื่องราวในอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ใช้เครื่องแต่งกายเป็นเครื่องมือบอกบุคลิกและสถานะทางสังคมได้อย่างแนบเนียนมาก
ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้สายตาของตัวละครสื่อสารแทนคำพูด หญิงในชุดสีเทามองชายเสื้อสีเทาด้วยความกังวล ในขณะที่ชายสูทน้ำเงินกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย เรื่องราวในอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่เต็มไปด้วยเกมจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มและแววตา
ฉากที่ชายเสื้อสีเทานั่งลงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู ทำให้รู้ว่าเขาอาจกำลังวางแผนบางอย่างที่คนอื่นไม่ทันสังเกต เรื่องราวในอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ไม่ได้เน้นแค่การคำนวณ แต่แสดงให้เห็นว่าความฉลาดที่แท้จริงคือการรู้จังหวะและใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์
มีช่วงที่ไม่มีใครพูดอะไรเลย แต่ทุกคนในห้องต่างจ้องมองกันด้วยความระแวง ฉากนี้ในอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์สร้างแรงกดดันได้ยอดเยี่ยมมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องประชุมเดียวกันและต้องเลือกว่าจะยืนอยู่ฝั่งไหน
บรรยากาศในห้องประชุมดูตึงเครียดมาก โดยเฉพาะเมื่อชายในชุดสูทสีเขียวเริ่มพูดด้วยท่าทางมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ ส่วนชายเสื้อสีเทาดูเหมือนจะเก็บความรู้สึกไว้ลึกๆ ฉากนี้ในอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมอำนาจครั้งนี้กันแน่