จากฉากบนเตียงที่ดูอบอุ่นในตอนแรก กลับกลายเป็นความเย็นชาเมื่อเขาเริ่มรับสายโทรศัพท์ในขณะที่เธอพยายามจะนอน การกระทำของเขาที่ดึงโทรศัพท์ออกจากมือเธอแล้วหันหลังให้ ช่างเป็นจุดเริ่มต้นของระยะห่างที่ชัดเจนมาก ดูแล้วรู้สึกจุกอกแทนตัวละครหญิงจริงๆ
บ้านหลังใหญ่ โต๊ะอาหารสวยหรู กับอาหารที่ดูน่ากิน แต่กลับไม่มีรสชาติแห่งความสุขเลยแม้แต่น้อย ฉากที่เขาลุกไปชงชาให้เธอโดยไม่มีคำพูดใดๆ แลกเปลี่ยนกัน มันสะท้อนความห่างเหินได้ดีมาก รักนี้มิอาจลืม เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมากผ่านฉากเงียบๆ แบบนี้
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลย แค่แววตาของพระเอกที่มองนางเอกตอนกินข้าวก็บอกได้หมดว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ความกังวล ความสงสาร หรืออาจจะมีความรู้สึกผิดปนอยู่ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ในฉากนี้ทำออกมาได้ธรรมชาติมาก ดูแล้วอินไปกับบรรยากาศตึงเครียดนั้นทันที
ใครจะคิดว่ามื้อเช้าที่ควรจะเป็นเวลาแห่งความสุข จะกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดที่สุด การที่เธอพยายามดูแลเขาด้วยการตัดเนื้อให้ แต่เขากลับไม่ตอบสนอง มันทำให้เห็นถึงกำแพงที่กั้นกลางระหว่างสองคนได้ชัดเจนมาก รักนี้มิอาจลืม สร้างปมดราม่าได้เนียนมากๆ
ฉากที่เขาเดินไปชงชาให้เธอตอนท้าย มันดูเหมือนความพยายามที่จะซ่อมแซมอะไรบางอย่างที่แตกหักไปแล้ว หรืออาจจะเป็นการไถ่โทษในใจเขาเอง การกระทำที่เงียบเชียบแต่มีความหมายนี้ ทำให้คนดูอย่างเราต้องมาตีความกันเองว่าตกลงเขารักเธอหรือเปล่า
ภาพสวยมาก แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างลงมาที่โต๊ะอาหาร ตัดกับความหม่นหมองในใจของตัวละครได้อย่างลงตัว การแต่งตัวของนางเอกในชุดสีชมพูอ่อนดูบอบบางและน่าปกป้อง ในขณะที่พระเอกดูเข้มงวดและเย็นชา ความขัดแย้งนี้ทำให้เรื่อง รักนี้มิอาจลืม น่าติดตามสุดๆ
ฉากเช้าที่โต๊ะอาหารช่างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาที่หลบเลี่ยงกันระหว่างเขากับเธอ บ่งบอกถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในความสัมพันธ์ การที่เธอพยายามตัดเนื้อให้เขาแต่กลับถูกเมินเฉย ช่างเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่เจ็บปวดมากในเรื่อง รักนี้มิอาจลืม ทำให้เห็นว่าการไม่สื่อสารกันมันทำลายความรู้สึกได้แค่ไหน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม