พล็อตเรื่องหักมุมได้น่าสนใจมาก จากฉากเลิฟซีนที่หวานซึ้งในห้องน้ำ ตัดภาพมาที่นางเอกต้องใส่หน้ากากเดินหลบนักข่าวข้างนอก ความกดดันที่เธอต้องเผชิญทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ ใน รักนี้มิอาจลืม ดูเหมือนว่าความรักของพวกเขาจะต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่จากภายนอกแน่ๆ อยากรู้ว่าเธอจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร
ต้องยกนิ้วให้เคมีของคู่นี้นะครับ แค่สบตากันก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งจอ ฉากที่พระเอกจับคางนางเอกก่อนจูบคือจุดพีคที่ดูแล้วเขินแทนตัวละครมาก การดำเนินเรื่องใน รักนี้มิอาจลืม เร็วและกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูติดหนึบทุกวินาที อยากให้ฉากหวานๆ แบบนี้มีเยอะๆ ในตอนต่อไปครับ
ฉากที่นางเอกเดินผ่านประตูรั้วแล้วถูกนักข่าวรุมสัมภาษณ์ทำให้รู้สึกอึดอัดแทนเธอมาก แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลภายใต้แว่นดำบอกเล่าเรื่องราวได้ดีโดยไม่ต้องพูดเยอะ ใน รักนี้มิอาจลืม ดูเหมือนว่าเธอพยายามปกป้องใครบางคนหรือซ่อนความลับบางอย่างไว้ การตัดสลับระหว่างความทรงจำหวานๆ กับความจริงที่โหดร้ายทำได้ดีมาก
ผู้กำกับเก่งมากในการใช้แสงและเงาสร้างบรรยากาศ ฉากในห้องน้ำที่ใช้ไอน้ำและแสงสีส้มทำให้ดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมาก เสียงน้ำไหลประกอบกับฉากจูบทำให้คนดูรู้สึกเหมือนแอบมองโมเมนต์ส่วนตัวของทั้งคู่ ใน รักนี้มิอาจลืม ฉากนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่ทำให้คนดูจดจำได้ไม่ลืมเลยจริงๆ อยากดูฉากแบบนี้เพิ่มอีก
ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก แต่แววตาของนางเอกยังแสดงออกถึงความมุ่งมั่น เธอพยายามเดินหนีนักข่าวทั้งที่ถูกซักถามคำถามยากๆ ฉากนี้ใน รักนี้มิอาจลืม ทำให้เห็นด้านที่เข้มแข็งของเธอ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่รอให้พระเอกมาช่วยเสมอไป การแสดงสีหน้าตอนถอดแว่นดำแล้วเจอไมค์รุมคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเรื่อง