ฉากเปิดเรื่องในโรงงานเก่าที่เต็มไปด้วยควันดำช่างสร้างบรรยากาศกดดันได้ดีมาก การปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดโค้ทถือร่มเหล็กที่ดูเหมือนอาวุธพิเศษทำให้รู้สึกตื่นเต้นทันที การต่อสู้รวดเร็วและดุดัน แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องราวใน มงกุฎกลางสงคราม ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีตัวประกันถูกมัดไว้
ตัวละครหญิงในชุดกี่เพ้าลายดอกไม้ดูมีอำนาจและน่าเกรงขามมาก แม้จะนั่งจิบชาอย่างสบายใจแต่สายตาและคำพูดกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา การที่เธอสามารถสั่งการและควบคุมสถานการณ์ได้แม้ในยามวิกฤตแสดงให้เห็นถึงบารมีของเธอ ฉากที่เธอถือดาบจี้คอตัวประกันยิ่งทำให้รู้ว่าเธอไม่เกรงกลัวอะไรเลยใน มงกุฎกลางสงคราม
ชายในชุดสีน้ำเงินที่ดูเหมือนซามูไรแต่กลับมีพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ รอยยิ้มที่เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอย่างรวดเร็วทำให้รู้ว่าเขากำลังซ่อนอะไรไว้บางอย่าง การที่เขาหันดาบใส่พวกเดียวกันเองทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่ ฉากนี้ใน มงกุฎกลางสงคราม ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกข้างไหนกันแน่
ชอบจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วมาก จากฉากที่ดูเหมือนจะมีการเจรจา กลับกลายเป็นการต่อสู้ภายในไม่กี่วินาที เสียงดาบฟาดฟันและเสียงร้องกรีดของตัวประกันยิ่งเพิ่มความระทึกใจ หญิงสาวในชุดโค้ทแสดงฝีมือการต่อสู้ได้ยอดเยี่ยมมาก ใช้ร่มเป็นอาวุธป้องกันตัวได้อย่างชาญฉลาด ใน มงกุฎกลางสงคราม ฉากนี้ถือว่าทำออกมาได้สมจริงและน่าติดตามมาก
ฉากที่หญิงในชุดกิโมโนสีขาวถูกมัดไว้กับเสาแล้วมีดาบจ่อคอช่างน่าสงสารมาก สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง การที่เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครสนใจทำให้รู้สึกหดหู่ใจ ฉากนี้ใน มงกุฎกลางสงคราม สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามที่ไม่มีผู้ใดปลอดภัย แม้แต่ผู้หญิงก็กลายเป็นเครื่องมือในการต่อรอง