ฉากเปิดเรื่องด้วยปืนที่จ่อหัวสร้างความกดดันมหาศาล แต่จุดพีคจริงๆ คือตอนที่จี้หยกสองชิ้นมาบรรจบกัน แสงสีทองที่เปล่งออกมาเหมือนจะบอกใบ้ถึงชะตากรรมที่ผูกไว้ มงกุฎกลางสงคราม เรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก โดยเฉพาะแววตาของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวังปนกัน
ชอบฉากแฟลชแบ็คที่ทหารหนุ่มเล่นกับลูกสาวมาก มันตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในปัจจุบันได้อย่างน่าใจหาย การที่จี้หยกเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันทำให้เรื่อง มงกุฎกลางสงคราม มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยกำลังแต่เป็นการต่อสู้กับความทรงจำและคำสัญญา
ต้องยอมรับว่างานเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้ละเอียดมาก ทั้งชุดกี่เพ้าลายดอก ชุดเจ้าสาวสีแดงฉาน และเครื่องประดับหัวที่วิจิตรบรรจง ฉากงานแต่งที่ดูเหมือนจะมีความสุขแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากสีหน้าของตัวละคร ทำให้ มงกุฎกลางสงคราม ดูมีเสน่ห์แบบย้อนยุคที่หาได้ยาก
สีหน้าของชายชราในชุดดำตอนเห็นจี้หยกบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูดใดๆ ความตกใจปนความดีใจและแววตาที่สั่นเครือทำให้รู้ว่าจี้ชิ้นนี้มีความหมายต่อเขามากแค่ไหน ฉากนี้ใน มงกุฎกลางสงคราม ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ทำให้คนดูอยากรู้ทันทีว่าเบื้องหลังความทรงจำนี้คืออะไร
การเอาฉากยิงปืนมาวางคู่กับฉากงานแต่งสีแดงฉานเป็นการตัดกันที่รุนแรงมาก บรรยากาศที่ควรจะเฉลิมฉลองกลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ ตัวละครแต่ละคนมีปมซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม โดยเฉพาะทหารหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นตัวแปรสำคัญใน มงกุฎกลางสงคราม ที่จะทำให้ทุกอย่างพลิกผัน