ฉากที่ชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารเดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวอีกคน ช่างเป็นภาพที่บาดลึกหัวใจของหญิงสาวคนเดิม แม้เธอจะพยายามเก็บอาการแต่แววตาบอกทุกอย่าง ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและคำพูดที่ดูเหมือนจะตัดขาดกัน ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแทนตัวละคร ละครเรื่องนี้เล่นกับอารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก เหมาะกับคนที่ชอบดราม่าเข้มข้นใน พากย์เสียง หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ
การแต่งตัวของตัวละครแต่ละคนสื่อถึงสถานะและบทบาทได้ชัดเจนมาก ชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารดูเข้มแข็งแต่แววตาอ่อนโยนเมื่อมองหญิงสาวข้างกาย ส่วนหญิงสาวในชุดกี่เพ้าดูสง่างามแต่ซ่อนความเศร้าไว้ลึกๆ ฉากงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยแสงสีแต่กลับมืดมนในใจตัวละคร เป็นงานสร้างที่ละเอียดอ่อนและน่าประทับใจใน พากย์เสียง หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ
ไม่ต้องมีคำพูดมากก็รู้ว่าตัวละครรู้สึกอย่างไร แค่สายตาก็สื่อสารได้หมดแล้ว หญิงสาวในชุดสีดำมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เจ็บปวดแต่พยายามเข้มแข็ง ส่วนชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะรู้สึกผิดแต่ต้องทำตัวเย็นชา ความขัดแย้งภายในใจตัวละครทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับเรื่องราว ละครเรื่องนี้เก่งมากในการใช้ภาษากายใน พากย์เสียง หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ
จากงานเลี้ยงที่ควรจะเป็นความสุข กลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ การเผชิญหน้ากันของตัวละครหลักทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนคนดูต้องกลั้นหายใจ หญิงสาวในชุดสีน้ำตาลดูมั่นใจแต่แฝงความกังวล ส่วนหญิงสาวในชุดกี่เพ้าดูสงบแต่ข้างในคงสั่นไหว ละครเรื่องนี้สร้างสถานการณ์ที่สมจริงและน่าติดตามมากใน พากย์เสียง หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ
เรื่องราวความรักในยุคที่ประเทศกำลังวุ่นวายทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครซับซ้อนยิ่งขึ้น ชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารต้องเลือกระหว่างหน้าที่และความรัก ส่วนหญิงสาวทั้งสองคนก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง ละครเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องความรัก แต่ยังสะท้อนภาพสังคมในยุคนั้นได้อย่างน่าสนใจ เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การติดตามใน พากย์เสียง หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ