ชอบฉากที่ตัวละครหนุ่มใส่แว่นพยายามจะแสดงอำนาจด้วยการวางปืน แต่กลับถูกเมินเฉยโดยสิ้นเชิงจากเจ้านายใหญ่ใน นางพญาเซี่ยงไฮ้ มันแสดงให้เห็นว่าในวงการนี้ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่อาวุธ แต่อยู่ที่ความนิ่งและบารมี คนที่นั่งอยู่แค่ขยับมือก็ทำให้คนยืนตัวสั่นได้ ฉากนี้สอนให้รู้ว่าอย่าประเมินคู่แข่งต่ำเกินไป โดยเฉพาะคนที่ดูสงบที่สุดมักอันตรายที่สุด
สิ่งที่ชอบที่สุดใน นางพญาเซี่ยงไฮ้ คือรายละเอียดประกอบฉาก เช่น หนังสือพิมพ์จีนเก่าๆ บนโต๊ะ หรือแก้วชาลายครามที่วางอยู่อย่างมีระเบียบ สิ่งเหล่านี้บอกเล่าฐานะและรสนิยมของตัวละครได้โดยไม่ต้องมีบทพูด ฉากที่ตัวละครหลักลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาอีกคน มันเปลี่ยนไดนามิกของอำนาจทันที จากผู้ถูกเรียกมาพบกลายเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์เอง การเปลี่ยนตำแหน่งยืนนั่งมีผลต่อจิตวิทยาคนดูมาก
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะก็รู้เรื่องได้ใน นางพญาเซี่ยงไฮ้ แค่ดูสีหน้าของตัวละครหนุ่มที่เปลี่ยนจากมั่นใจเป็นหวาดกลัวเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจ้านาย ก็พอจะเดาได้ว่าเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแค่ไหน ส่วนตัวละครผู้ใหญ่ที่ดูสงบนิ่งแต่สายตาแหลมคมเหมือนจะอ่านใจคนได้หมด การแสดงแบบนี้หาได้ยากในละครยุคใหม่ ที่เน้นแต่บทพูดเยอะๆ แต่เรื่องนี้ใช้ภาษากายและสายตาเล่าเรื่องได้ยอดเยี่ยมมาก
ดู นางพญาเซี่ยงไฮ้ แล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครหนุ่มจริงๆ บรรยากาศในห้องทำงานที่ดูหรูหราแต่เย็นชา แสงไฟที่ส่องลงมาแค่บางจุดทำให้ใบหน้าของตัวละครดูมีมิติและน่ากลัวขึ้น โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครผู้ใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาใกล้ กล้องจับภาพระยะใกล้ทำให้เห็นความกลัวในสายตาอีกฝ่ายได้ชัดเจน เป็นการใช้เทคนิคการถ่ายทำเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก คนดูแทบจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นบุหรี่และแรงกดดันในห้องนั้น
ใน นางพญาเซี่ยงไฮ้ ฉากนี้สอนให้รู้ว่าคนที่มีอำนาจจริงๆ ไม่ต้องตะโกนหรือแสดงอารมณ์รุนแรง แค่การนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสงบก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกกดดันได้ ตัวละครผู้ใหญ่ในเรื่องแสดงออกถึงความมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งพาอาวุธหรือเสียงดัง ในขณะที่ตัวละครหนุ่มพยายามจะข่มแต่กลับดูอ่อนแอในสายตาคนดู ความแตกต่างของบุคลิกทั้งสองคนสร้างเคมีที่น่าสนใจมาก ทำให้ хочетсяติดตามต่อว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร