ผู้กำกับเลือกมุมกล้องและแสงไฟได้สมบูรณ์แบบ ฉากที่ทั้งสามคนเดินใต้ต้นไม้ที่มีไฟประดับ มันให้ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน มีแค่พวกเขาสามคนเท่านั้น เสียงเพลงเบาๆ ประกอบกับรอยยิ้มของตัวละคร ทำให้คนดูอย่างเราหลงรักเรื่องนี้เข้าไปอีก เหมือนดู ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก แล้วอยากมีใครสักคนมาเดินจับมือแบบนี้บ้าง
ทุกครั้งที่พระเอกมองลูกสาวหรือคนรัก สายตาเขาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย แม้จะไม่พูดมาก แต่สีหน้าและท่าทางบอกทุกอย่างได้ชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่เขาก้มลงอุ้มลูกแล้วมองไปทางเธอ มันคือโมเมนต์ที่ทำให้คนดูใจเต้นแรง เหมือนดู ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก แล้วรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้คือไอดอลในดวงใจจริงๆ
ทุกตัวละครแต่งตัวได้สวยและเหมาะสมกับบทบาทมาก พระเอกใส่โค้ทสีเข้มดูเท่และมีเสน่ห์ นางเอกใส่คาร์ดิแกนสีฟ้าดูอ่อนโยนแต่มีสไตล์ ส่วนลูกสาวใส่ชุดดำประดับโบว์ดูน่ารักสุดๆ ทุกดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ล้วนถูกออกแบบมาอย่างดี เหมือนดู ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก แล้วอยากตามซื้อชุดแบบในเรื่องมาใส่บ้าง
เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องใช้บทพูดเยอะ แค่สายตาและการกระทำก็บอกทุกอย่างได้ชัดเจน ฉากที่ทั้งสามคนยืนมองกันแล้วไม่มีใครพูดอะไร แต่มันกลับมีความหมายมากกว่าคำพูดพันคำ มันคือศิลปะของการเล่าเรื่องที่ทำให้คนดูต้องตีความและรู้สึกไปกับมัน เหมือนดู ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก แล้วรู้สึกว่าบางครั้งความเงียบก็ทรงพลังที่สุด
การพบกันครั้งแรกในล็อบบี้ที่ดูหรูหราแต่เย็นชา มันสะท้อนถึงความห่างเหินระหว่างตัวละครได้ดีมาก แต่พอเวลาผ่านไปและพวกเขาได้ออกมาเดินเล่นข้างนอก บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นอบอุ่นและใกล้ชิดมากขึ้น มันคือการเดินทางของความสัมพันธ์ที่คนดูรู้สึกได้จริงๆ เหมือนดู ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก แล้วรู้สึกว่าทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว