การกลับมาของหลงหม่านเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามจิตวิทยาที่จะเกิดขึ้นระหว่างเธอและถังหนิง ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเหมือนจะต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะเป็นผู้ชนะในศึกชิงตำแหน่งนี้ ในเรื่อง ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น
บ้านหลังนี้ดูทันสมัยและหรูหราจนน่าอิจฉา แต่กลับกลายเป็นฉากหลังของดราม่าหนักๆ เมื่อหลงหม่านเดินเข้ามาพร้อมท่าทีที่ดูไม่ยอมแพ้ การตกแต่งภายในที่ดูเย็นชาสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างตัวละครได้เป็นอย่างดี ฉากที่พวกเธอนั่งคุยกันบนโซฟาขาวสะอาดแต่บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะขาดหายใจ
แม้จะสวมเสื้อกันหนาวสีฟ้าดูนุ่มนวล แต่สายตาคู่สวยของถังหนิงกลับคมกริบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลงหม่าน เธอพยายามรักษาอาการสงบแต่แววตาก็บอกว่าเธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ในเรื่อง ขออภัยนะ ฉันเป็นนางเอก เธอต้องสู้เพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้
หลงหม่านกลับมาพร้อมความมั่นใจและท่าทีที่ดูท้าทาย เธอไม่ยอมให้ถังหนิงยึดตำแหน่งไปง่ายๆ การพูดคุยกันระหว่างทั้งสองคนเต็มไปด้วยความหมายแฝงและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูด ทุกประโยคที่เธอพูดดูเหมือนจะต้องการทวงคืนอำนาจที่เคยมีกลับมา ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่าเธอจะมีแผนอะไรต่อไป
ฉากที่โทรศัพท์ดังขึ้นบนโต๊ะกาแฟเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง เสียงเรียกเข้าที่ทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดคุยกันทันที สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ไม่รู้ว่าสายนั้นจะเป็นใครและจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของพวกเธออย่างไร การตัดฉากมาที่หน้าจอโทรศัพท์ทำให้คนดูต้องอยากรู้ว่าเรื่องจะดำเนินต่อไปอย่างไร