ใครจะคิดว่าฉากทะเลาะกันรุนแรงในโรงพยาบาลจะจบลงด้วยการที่ฝ่ายหญิงยื่นเงินให้แล้วเดินจากไป ทิ้งให้พระเอกยืนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนใน กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ทำให้เราเดาทางไม่ถูกเลยว่าใครเป็นใครและใครรักใครจริงๆ การแสดงของนักแสดงนำทั้งสามคนส่งอารมณ์ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะฉากที่พระเอกอีกคนยืนมองด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าหมายถึงอะไร มันช่างน่าค้นหาเหลือเกิน
ฉากที่พระเอกนอนกองกับพื้นแล้วทำหน้าเจ็บปวดสุดขีด แต่พอหันมาเจอคนดูกลับยิ้มแฉ่ง มันคือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้อย่างอยู่หมัด เนื้อหาของ กลรักบอสเจ้าเล่ห์ สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งความเจ็บปวดก็อาจเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อได้อยู่ใกล้คนที่รัก การแต่งกายด้วยชุดผู้ป่วยลายทางสีฟ้าขาวกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเปราะบางที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างแท้จริง
ตอนจบของคลิปนี้ทิ้งคำถามไว้เยอะมากว่าทำไมฝ่ายหญิงถึงยื่นเงินให้และเดินจากไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะห่วงใยกันมาก ความสัมพันธ์สามเส้าใน กลรักบอสเจ้าเล่ห์ กำลังจะเดินไปทางไหนกันแน่ การที่พระเอกคนหนึ่งยืนกอดอกมองด้วยสายตาเย็นชา ขณะที่อีกคนยังยิ้มได้ทั้งที่เจ็บ มันคือความขัดแย้งที่ทำให้เรื่องนี้น่าติดตามสุดๆ อยากดูต่อทันทีว่าฉากต่อไปจะเป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่าการจับคู่ตัวละครในเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ฝ่ายหญิงพยายามดึงฝ่ายชายที่ใส่ชุดผู้ป่วยให้ลุกขึ้น แต่เขากลับแกล้งเจ็บเพื่อเรียกร้องความสนใจ มันช่างน่าหมั่นไส้และน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน เนื้อหาของ กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ไม่ได้มีแค่ความดราม่า แต่ยังแฝงความตลกขบขันจากสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจ การมองตากันแต่ละครั้งเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งผ่านหน้าจอจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลช่างตึงเครียดจนหายใจไม่ออก การปะทะกันระหว่างตัวละครในชุดผู้ป่วยลายทางกับสาวสวยในชุดยีนส์คือจุดพีคที่ดึงอารมณ์คนดูได้ทันที เรื่องราวใน กลรักบอสเจ้าเล่ห์ เล่นกับความรู้สึกหึงหวงและการเข้าใจผิดได้เจ็บแสบมาก การแสดงสีหน้าของพระเอกตอนเจ็บปวดสลับกับตอนเจ้าเล่ห์ทำเอาคนดูใจสั่นตามไปด้วย บรรยากาศในโถงทางเดินที่ดูเงียบเหงากลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่ดุเดือดสุดๆ