ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบเศร้าๆ นางเอกโดนบอสไล่ออกมาแล้วเดินร้องไห้กลางถนน แต่พอพระเอกขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดตรงหน้าเท่านั้นแหละ อารมณ์เปลี่ยนทันที! ฉากที่เธอวิ่งเข้าไปกอดทั้งน้ำตาแล้วเขาถอดหมวกกันน็อคให้ขึ้นซ้อนท้าย มันคือความฟินที่รอคอยมาทั้งเรื่อง การขี่มอเตอร์ไซค์หนีไปด้วยกันตอนกลางคืนคือฉากจบที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับ กลรักบอสเจ้าเล่ห์
ต้องชื่นชมนักแสดงนำทั้งคู่เลย โดยเฉพาะฉากที่นางเอกต้องแสดงอารมณ์จากความสุขไปเป็นความเศร้า แล้วกลับมาดีใจสุดขีดตอนเจอพระเอก สีหน้าและน้ำตาที่ไหลออกมาดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่ดูฝืนเลยแม้แต่น้อย ส่วนพระเอกก็เท่มากในชุดขี่มอเตอร์ไซค์ การสื่อสารผ่านสายตาตอนถอดหมวกกันน็อคบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยจริงๆ ละครเรื่อง กลรักบอสเจ้าเล่ห์ การแสดงระดับนี้หาได้ยาก
ชอบการจัดแสงในฉากกลางถนนมาก ไฟถนนและไฟประดับต้นไม้ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกสุดๆ โดยเฉพาะตอนที่พระเอกขี่มอเตอร์ไซค์สีแดงเข้ามา แสงไฟหน้ารถที่ส่องมาทำให้นางเอกดูสวยโดดเด่นมาก ฉากที่ทั้งสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปพร้อมกัน แสงไฟในเมืองที่วิ่งผ่านทำให้รู้สึกเหมือนกำลังหนีไปด้วยกันจริงๆ การถ่ายทำใน กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ตอนกลางคืนสวยจนอยากดูซ้ำหลายรอบ
คิดว่าจะจบแบบนางเอกต้องทนอยู่กับบอสเจ้าเล่ห์ต่อไป แต่กลับมีพระเอกขี่มอเตอร์ไซค์มาช่วยพาหนีไปเลย! พล็อตเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่รู้ว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ฉากที่บอสพยายามอธิบายอะไรบางอย่างบนไวท์บอร์ดแล้วนางเอกไม่ฟัง มันสื่อถึงความเบื่อหน่ายได้ดีมาก แล้วพอพระเอกมาช่วยก็เหมือนเป็นฮีโร่ในฝันจริงๆ เรื่อง กลรักบอสเจ้าเล่ห์ นี้ทำให้รู้ว่าความรักที่แท้จริงสำคัญที่สุด
ดูแล้วใจสั่นจริงๆ กับฉากความทรงจำที่ตัดสลับมาแบบร้อนแรงมาก แสงสีส้มแดงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและเร่าร้อนสุดๆ การแสดงของนางเอกตอนนึกถึงภาพเก่าๆ ทำเอาคนดูจิกหมอนตามเลย ยิ่งพอมาเจอฉากดราม่ากับบอสในห้องทำงาน ยิ่งเห็นความขัดแย้งที่ชัดเจน เรื่อง กลรักบอสเจ้าเล่ห์ นี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ใครชอบแนวรักดราม่าต้องห้ามพลาด