ตัวละครเพื่อนสนิทในเรื่องนี้ดูจะแบกรับความเจ็บปวดไว้คนเดียวจริงๆ จากสีหน้าที่พยายามยิ้มทั้งที่มุมปากมีเลือดไหล แสดงให้เห็นถึงความอดทนที่มีต่อพระเอกได้ชัดเจนมาก ฉากที่โดนต่อยแล้วไม่ตอบโต้แต่กลับหัวเราะออกมา ยิ่งทำให้ตัวละครนี้น่าสงสารและน่าเอาใจช่วย การดำเนินเรื่องใน กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ช่วงนี้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนดูไม่อยากรอชมตอนต่อไปเลยค่ะ
ถึงจะไม่มีบทพูดเยอะแต่บอดี้การ์ดในเรื่องนี้มีเสน่ห์มาก สีหน้าที่แสดงออกถึงความกังวลต่อเจ้านายและสถานการณ์รอบข้างทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ยืนมองพระเอกคุกเข่าขอโทษแล้วทำหน้าตกใจเล็กน้อย เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เรื่อง กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ดูสมจริงและมีมิติมากขึ้น คนดูรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นั้นจริงๆ ค่ะ
การเลือกฉากหลังเป็นร้านกาแฟที่มีแสงไฟอบอุ่นช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากที่พระเอกคุกเข่าขอโทษ แสงไฟที่ส่องลงมาทำให้ใบหน้าของตัวละครดูมีมิติและสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนขึ้น การจัดวางโต๊ะเก้าอี้และของตกแต่งในร้านก็ดูเป็นธรรมชาติมาก ทำให้เรื่อง กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ดูไม่เหมือนละครแต่เหมือนชีวิตจริงที่เกิดขึ้นรอบตัวเราค่ะ
ฉากที่เพื่อนสนิทโดนต่อยแล้วเลือดไหลแต่ยังยิ้มได้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างตัวละครทั้งสองมาก การที่พระเอกแสดงออกถึงความโกรธแต่ก็ยังคงมีความห่วงใยอยู่ในแววตา เป็นรายละเอียดที่ทำให้เรื่อง กลรักบอสเจ้าเล่ห์ น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ คนดูรู้สึกเหมือนได้สัมผัสถึงอารมณ์ที่แท้จริงของตัวละครแต่ละตัวผ่านหน้าจอเลยค่ะ
ฉากที่พระเอกคุกเข่าขอโทษนางเอกคือจุดพีคที่กินใจมาก แววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดทำให้คนดูใจอ่อนตามทันที แม้จะมีเพื่อนสนิทและบอดี้การ์ดคอยยืนดูอยู่ข้างๆ แต่โมเมนต์นี้กลับดูเป็นส่วนตัวสุดๆ การแสดงสีหน้าของนางเอกที่เปลี่ยนจากความโกรธเป็นรอยยิ้มบางๆ ช่างละเอียดอ่อนมาก ดูแล้วรู้สึกอินไปกับเรื่องราวความรักใน กลรักบอสเจ้าเล่ห์ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันปนดราม่าแบบนี้จริงๆ ค่ะ