ดูแล้วอินมากกับฉากนี้ในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน ที่ดูเหมือนการประชุมปกติแต่แฝงไปด้วยการต่อสู้ทางอำนาจ ชายชุดสูทสีเทายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ในขณะที่อีกคนพยายามควบคุมสถานการณ์แต่สีหน้าเริ่มสั่นคลอน ฉากนี้สอนให้รู้ว่าในวงการธุรกิจ รอยยิ้มอาจน่ากลัวกว่าคำด่าเสียอีก การแสดงของนักแสดงนำทำให้เรารู้สึกกดดันไปด้วยจริงๆ
ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครในชุดสีเขียวยื่นนิ้วชี้ไปหาอีกคนอย่างเด็ดขาดในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน มันคือจังหวะที่เกมเปลี่ยนจากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุกทันที! สีหน้าของคนที่ถูกชี้หน้าทำเอาคนดูจุกอก ความเงียบก่อนจะระเบิดอารมณ์มันทรงพลังมาก ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องตะโกนก็สร้างความกดดันได้ ดูแล้วอยากเอาใจช่วยคนถือความจริงจังเลย
ตัวละครชายชุดสูทสีเทาในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน น่ากลัวตรงที่เขายิ้มทั้งที่สถานการณ์กำลังแย่ รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะบอกว่า 'ฉันยังคุมเกมอยู่' ซึ่งมันสร้างความหวาดระแวงให้คนดูสุดๆ การแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่วางแผนมาอย่างดี ฉากนี้ทำให้เราเดาไม่ถูกเลยว่าใครจะชนะในเกมอำนาจครั้งนี้กันแน่
ไม่ต้องมีฉากแอ็คชั่นก็สนุกได้ ดูจากสายตาของตัวละครในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน ก็รู้เรื่องแล้ว สายตาที่มองกันของชายสองคนในชุดสูทมันเต็มไปด้วยความหมาย ซ่อนความโกรธ ความผิดหวัง และการท้าทายไว้ข้างใน ชอบที่ผู้กำกับใช้ภาพใกล้จับสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องประชุมเดียวกันเลย ดราม่าออฟฟิศที่ดูแล้วเครียดตามจริงๆ
ฉากที่หนุ่มเสื้อเชิ้ตสีเขียวยืนประจันหน้ากับกลุ่มคนใส่สูทในแผนเลี้ยงลูกให้ติดดิน มันคือสัญลักษณ์ของการต่อสู้ระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน ท่าทางที่มั่นใจและไม่เกรงกลัวอำนาจทำให้คนดูรู้สึกสะใจมาก แม้จะดูเป็นรองเรื่องจำนวนคนแต่เขาถือไพ่ใบสำคัญไว้ในมือ ฉากนี้ทำให้รู้ว่าความจริงเพียงอย่างเดียวก็สู้กับอำนาจได้