จากเด็กนักเรียนใสซื่อในชุดวอร์ม กลายเป็นหนุ่มมาดเท่ในชุดสูทสีดำ การเปลี่ยนแปลงของพระเอกในเรื่อง รักนี้มิอาจลืม สะท้อนให้เห็นถึงเวลาที่ผ่านมาและความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญ ฉากที่เขาหันมามองนางเอกด้วยสายตาเย็นชาแต่แฝงความเศร้า มันช่างทรงพลังมาก
ชอบการจัดแสงและมุมกล้องในฉากที่ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันในออฟฟิศ แสงที่ลอดผ่านม่านสีขาวทำให้บรรยากาศดูเหงาและวังเวง เหมาะกับพล็อตเรื่อง รักนี้มิอาจลืม มาก การที่ทั้งคู่ยืนห่างกันแต่สายตาเชื่อมต่อกัน มันสื่อถึงความห่างเหินทางใจได้ดีสุดๆ
ฉากย้อนอดีตที่นางเอกวิ่งลงมาหาพระเอกด้วยรอยยิ้มสดใส ตัดสลับกับปัจจุบันที่เธอต้องมายืนเผชิญหน้ากับเขาในฐานะคนแปลกหน้า มันช่างขัดแย้งและเจ็บปวด เรื่อง รักนี้มิอาจลืม เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก เห็นรอยยิ้มในอดีตแล้วใจสลายแทนตัวละคร
สังเกตไหมว่าพระเอกยังสวมเครื่องประดับเส้นเดิมแม้จะเปลี่ยนลุคไปมากแล้ว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ใน รักนี้มิอาจลืม แบบนี้แหละที่ทำให้รู้ว่าเขาไม่เคยลืมเธอจริงๆ แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแต่ข้างในยังอ่อนโยนเหมือนเดิม ชอบการใส่ดีเทลแบบนี้มาก
ตอนจบที่ทั้งคู่ยืนมองกันด้วยสายตาที่เข้าใจกันมากขึ้น แม้จะยังไม่มีคำพูดแต่ก็สื่อความหมายได้ชัดเจน รักนี้มิอาจลืม เป็นเรื่องที่บอกเราว่าเวลาอาจเปลี่ยนคนแต่ไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกที่มีให้กัน ฉากสุดท้ายที่พระเอกยิ้มให้มันช่างอบอุ่นหัวใจ