ต้องชื่นชมนักแสดงนำที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสีหน้าได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกอ่านข้อความแล้วคิ้วขมวด ปากเม้มแน่น มันสื่อถึงความโกรธที่พยายามกดไว้ได้ดีมาก ในขณะที่นางเอกก็มีฉากที่รับดอกไม้แล้วยิ้มหวานจนคนดูใจละลาย แต่พอตัดภาพมาเจอพระเอกที่หน้าบึ้งตึงก็ทำให้รู้สึกจุกอกทันที การดำเนินเรื่องใน รักนี้มิอาจลืม เร็วกระชับไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูติดหนึบไม่อยากกดข้ามแม้แต่วินาทีเดียว
จุดเริ่มต้นของปัญหาใน รักนี้มิอาจลืม มาจากการสื่อสารที่ผิดพลาด พระเอกเข้าใจว่านางเอกมีคนอื่นเพราะเห็นช่อดอกไม้ แต่จริงๆ แล้วอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญหรือความเข้าใจผิดบางอย่าง ฉากที่พระเอกนั่งมองมือถือแล้วพิมพ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแทนนางเอกมาก อยากจะกระโดดเข้าไปในจอแล้วบอกความจริงให้ฟังทันที การสร้างสถานการณ์แบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วมและเอาใจช่วยตัวละครอย่างเต็มที่
ฉากที่นางเอกได้รับดอกไม้แล้วดีใจจนถ่ายรูปส่งให้พระเอกเป็นฉากที่ดูโรแมนติกมาก แต่พอมาเห็นปฏิกิริยาของพระเอกที่กลับเย็นชาใส่ก็ทำให้รู้สึกเจ็บปวดแทนนางเอกมาก เรื่อง รักนี้มิอาจลืม เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก เปลี่ยนจากความสุขเป็นความเศร้าได้ในพริบตา ทำให้คนดูต้องคอยติดตามว่าสุดท้ายแล้วทั้งคู่จะเคลียร์ใจกันได้ไหม หรือจะต้องทะเลาะกันอีกยาว
พล็อตเรื่องใน รักนี้มิอาจลืม ไม่ได้มีแค่ความรักหวานซึ้งแต่ยังมีความดราม่าและการเข้าใจผิดที่ซับซ้อน ทำให้เรื่องน่าสนใจมาก การที่พระเอกเข้าใจผิดว่านางเอกมีคนอื่นเพราะช่อดอกไม้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างน่าสนใจ คนดูจะรู้สึกอยากติดตามว่าสุดท้ายแล้วความจริงจะเปิดเผยเมื่อไหร่ และทั้งคู่จะกลับมาหวานชื่นกันได้ไหม เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วต้องคอยลุ้นทุกตอน
ฉากที่พระเอกนั่งมองรูปช่อดอกไม้ในมือถือแล้วทำหน้าเครียดเป็นฉากที่คนดูต้องจดจำแน่นอน เพราะมันสื่อถึงอารมณ์ที่ซับซ้อนของตัวละครได้เป็นอย่างดี ทั้งความหึงหวง ความน้อยใจ และความโกรธที่พยายามกดไว้ เรื่อง รักนี้มิอาจลืม สร้างฉากแบบนี้ได้เก่งมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครและเอาใจช่วยทั้งคู่อย่างเต็มที่ อยากให้เรื่องจบลงด้วยดีและทั้งคู่กลับมาหวานชื่นกันอีกครั้ง