ฉากในห้องนั่งเล่นนี่คือจุดพีคของเรื่องเลย แม่สามีในชุดสีเขียวดูน่าเกรงขามมาก การพูดคุยกับลูกสะใภ้เต็มไปด้วยความกดดันทางอารมณ์ สายตาที่จ้องมองและการถามคำถามดูเหมือนจะเป็นการทดสอบบางอย่าง คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามตัวละครใน รักนี้มิอาจลืม เลยทีเดียว
ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้การสื่อสารผ่านสายตาและการแสดงออกทางสีหน้ามากกว่าคำพูด โดยเฉพาะฉากที่ผู้หญิงสองคนนั่งคุยกัน ความเงียบระหว่างบทสนทนาทำให้รู้สึกอึดอัดและลุ้นไปกับตัวละคร ความละเอียดอ่อนในการถ่ายทอดอารมณ์ใน รักนี้มิอาจลืม ทำให้เรื่องนี้ดูมีมิติมากกว่าละครทั่วไป
การแต่งตัวของตัวละครในเรื่องนี้สื่อถึงบุคลิกได้ชัดเจนมาก แม่สามีในชุดสีเขียวดูมีอำนาจและน่าเกรงขาม ในขณะที่ลูกสะใภ้ในชุดสีเบจดูอ่อนโยนแต่แฝงความเข้มแข็ง การเลือกเสื้อผ้าและโทนสีช่วยเสริมบรรยากาศของเรื่องใน รักนี้มิอาจลืม ได้ดีมาก ทำให้คนดูเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครผ่านภาพได้เลย
ฉากที่แม่สามีหยิบมือถือขึ้นมาแล้วแสดงให้ลูกสะใภ้ดูนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลย สีหน้าของลูกสะใภ้ที่เปลี่ยนจากสงบเป็นตกใจทันที ทำให้คนดูสงสัยว่าในมือถือมีอะไรกันแน่ การใช้อุปกรณ์เล็กๆ อย่างมือถือเป็นจุดพลิกผันใน รักนี้มิอาจลืม ทำให้เรื่องดูทันสมัยและใกล้ตัวคนดูมาก
การกำกับภาพและแสงในเรื่องนี้ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากในห้องนั่งเล่นที่ใช้แสงนุ่มๆ แต่กลับสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดได้เป็นอย่างดี การจัดวางตำแหน่งตัวละครและการใช้มุมกล้องช่วยเสริมความรู้สึกอึดอัดที่ตัวละครต้องเผชิญใน รักนี้มิอาจลืม ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วยกัน