ผู้กำกับสร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยมมาก ทุกฉากมีแสงสีและมุมกล้องที่ช่วยเสริมอารมณ์ของตัวละครได้อย่างลงตัว ฉากในรถตอนกลางคืนกับแสงไฟจากภายนอกที่ส่องเข้ามาในรถ มันสร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน ฉากในบ้านกับแสงไฟอุ่นๆ ก็ทำให้รู้สึกปลอดภัยและมีความสุข การผสมผสานระหว่างภาพและเสียงทำให้คนดูจมอยู่กับเรื่องราวได้ตลอดทั้งเรื่อง ช่างเป็นงานสร้างที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
ชอบฉากที่พระเอกซื้อของใช้จำเป็นมาให้ตอนนางเอกมีเรื่องด่วน มันแสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจและสังเกตเธอมากแค่ไหน แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับมีความหมายมหาศาลสำหรับคนดูอย่างเรา ฉากนี้ทำให้รู้ว่าความรักที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยคำพูดใหญ่โต แต่อยู่ที่การกระทำในชีวิตประจำวัน ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากจริงๆ ใน รักนี้มิอาจลืม
ฉากในบ้านหลังใหญ่ช่างสวยงามและอบอุ่นมาก การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และแสงไฟทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของตัวละครจริงๆ พระเอกทำอาหารให้นางเอกกินตอนดึกๆ เป็นฉากที่ดูธรรมดาแต่กลับโรแมนติกสุดๆ นางเอกนั่งมองเขาทำอาหารด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ ช่างเป็นโมเมนต์ที่ทำให้คนดูอยากมีใครสักคนที่ดูแลเราแบบนี้บ้าง
นักแสดงทั้งสองคนแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกนั่งมองโทรศัพท์แล้วเห็นรูปพระเอก แววตาของเธอเปลี่ยนจากเศร้าเป็นมีความหวังเล็กน้อย แล้วกลับเป็นเศร้าอีกครั้ง มันสื่อถึงความสับสนในใจได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็เข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้ทันที การแสดงแบบนี้ทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวได้ง่ายมาก
ชอบวิธีที่เรื่องเล่าถึงความขัดแย้งในใจของนางเอก ระหว่างความรู้สึกที่มีต่อพระเอกกับความเจ็บปวดจากอดีต ฉากที่เธอรับโทรศัพท์แล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที มันทำให้คนดูสงสัยว่าใครโทรมาและพูดอะไรกับเธอ ความลึกลับนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว ช่างเป็นเรื่องราวที่ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร