ชอบฉากที่เสิ่นหลิงอี้เปลี่ยนจากชุดทหารสุดเท่มาเป็นชุดกี่เพ้าสีชมพูอ่อน เดินเข้าไปในทำเนียบด้วยรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม การที่เธอถือกล่องไม้ใบนั้นช่างน่าสงสัยยิ่งนัก เหมือนกำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้ ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ ทำเอาคนดูตื่นเต้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ฉากที่ซูว่านหลินนั่งพิมพ์ดีดอยู่ แล้วท่านผู้บัญชาการก่งฝูเดินเข้ามาใกล้ๆ บรรยากาศมันช่างมีความโรแมนติกปนอันตราย สายตาที่ทั้งคู่แลกกันบอกอะไรได้มากมาย แต่แล้วเสิ่นหลิงอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนทันที ความตึงเครียดนี้คือจุดขายของ (พากย์เสียง) หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ ที่ทำให้เราต้องรอดูตอนต่อไป
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่ออกแบบชุดทหารให้เสิ่นหลิงอี้ดูสง่างามและมีอำนาจมาก ไหล่สีเหลืองทองตัดกับชุดสีดำทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าใครในฉากนั้น การที่เธอเดินนำทหารทั้งกองทัพแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่แค่ลูกสาวนายพลธรรมดา แต่คือผู้นำตัวจริง ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ ถ่ายทำออกมาได้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นละครยุคสงคราม
สิ่งที่ทำให้ผมสนใจที่สุดคือกล่องไม้ที่เสิ่นหลิงอี้ถือติดตัวตลอดเวลา เธอเปิดดูมันด้วยแววตาที่อ่อนโยนแต่ก็เศร้าสร้อย ข้างในนั้นอาจจะเป็นรูปของคนที่เธอรักหรืออาจจะเป็นหลักฐานสำคัญบางอย่าง การที่เธอพยายามจะนำมันไปให้ท่านผู้บัญชาการก่งฝู ทำให้ผมเดาว่านี่คือกุญแจสำคัญของพล็อตเรื่องใน (พากย์เสียง) หย่าขาดรัก ทวงคืนอำนาจ
ความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นหลิงอี้ ซูว่านหลิน และท่านผู้บัญชาการก่งฝู ช่างซับซ้อนและน่าติดตาม ซูว่านหลินดูเหมือนจะสนิทสนมกับท่านผู้บัญชาการมาก แต่การมาถึงของเสิ่นหลิงอี้ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป สายตาที่เสิ่นหลิงอี้มองพวกเขาผ่านประตูกระจกบอกถึงความน้อยใจและความมุ่งมั่นที่จะแย่งชิงทุกอย่างกลับมา