ต้องยกนิ้วให้เคมีระหว่างพระเอกและนางเอกในเรื่อง นางพญาเซี่ยงไฮ้ ฉากเต้นรำก่อนขอแต่งงานมันช่างอ่อนช้อยและเต็มไปด้วยความหมาย ทุกท่วงท่าที่พวกเขาโอบกอดกันเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวความรักที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน พอถึงฉากเปิดกล่องแหวนสีแดงตัดกับชุดสีขาวของนางเอก มันสวยงามจนหยุดหายใจได้เลย ความสุขที่แผ่ออกมาจากหน้าจอทำให้คนดูอย่างเราพลอยยิ้มตามไปด้วย เป็นฉากที่ดูซ้ำกี่ทีก็ยังรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ชุดสีขาวของนางเอกในเรื่อง นางพญาเซี่ยงไฮ้ เข้ากับบรรยากาศการขอแต่งงานที่สุดจริงๆ ดูบริสุทธิ์และสง่างามมาก ขณะที่พระเอกในชุดโค้ทสีเทาก็ดูเท่และอบอุ่น การที่เขาค่อยๆ สวมแหวนให้นิ้วของเธอมันเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก แสงไฟยามค่ำคืนที่ส่องกระทบเพชรทำให้ฉากนี้ดูมีมนต์ขลังเป็นพิเศษ ดูจบแล้วอยากมีความรักแบบนี้บ้างจริงๆ มันคือความโรแมนติกในอุดมคติที่หาได้ยากในจอแก้วตอนนี้
ฉากที่พระเอกคุกเข่าขอแต่งงานใน นางพญาเซี่ยงไฮ้ คือจุดพีคที่รอคอยมาทั้งเรื่อง สีหน้าของนางเอกที่เต็มไปด้วยความตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครมาก การที่เธอเอื้อมมือออกไปรับแหวนด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นและความรักที่มีให้กันจริงๆ ฉากจูบหลังจากนั้นคือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของค่ำคืนแห่งความทรงจำ ดูแล้วรู้สึกจุกอกด้วยความสุข เป็นฉากที่คนโสดดูแล้วอยากมีคู่ คนมีคู่ดูแล้วอยากแต่งงาน
ไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่หรูหราอลังการ แค่สวนเล็กๆ ในยามค่ำคืนก็สร้างความโรแมนติกได้มากขนาดนี้ ในเรื่อง นางพญาเซี่ยงไฮ้ ฉากขอแต่งงานใต้ต้นไม้ที่มีแสงไฟสลัวๆ มันให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่นมาก พระเอกดูจริงใจมากตอนยื่นแหวนให้ ส่วนนางเอกก็ดูสวยจับใจในชุดนั้น ทุกองค์ประกอบทั้งแสง สี เสียง มันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ดูจบแล้วรู้สึกเหมือนได้ดื่มด่ำกับความรักที่บริสุทธิ์จริงๆ ช่างเป็นฉากที่ตราตรึงใจคนดูสุดๆ
แค่ฉากเปิดกล่องแหวนใน นางพญาเซี่ยงไฮ้ ก็ทำเอาคนดูกรี๊ดลั่นแล้ว แหวนเพชรที่วิบวับภายใต้แสงไฟยามค่ำคืน มันคือสัญลักษณ์ของคำสัญญาที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป การที่พระเอกค่อยๆ สวมแหวนให้นางเอกอย่างเบามือ แสดงถึงความทะนุถนอมที่มีให้กันจริงๆ ฉากนี้ไม่ได้มีแค่ความโรแมนติก แต่ยังแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นของพระเอกที่ต้องการดูแลเธอไปตลอดชีวิต ดูแล้วรู้สึกปลื้มปริ่มแทนตัวละครมาก เป็นฉากที่ดูกี่ทีก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนดูครั้งแรก