ฉากที่หญิงสาวเล่นเชลโล่บนเวทีช่างสวยงามมากค่ะ แสงไฟส่องลงมาทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าเลยจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันน้ำตาไหลคือปฏิกิริยาของชายชุดดำที่นั่งอยู่ด้านล่าง เขาพยายามทำตัวเย็นชาแต่สายตาบอกทุกอย่างว่าเขากำลังคิดถึงอดีต เรื่องราวในเพลงรักที่ดังขึ้นครั้งนี้ทำให้รู้ว่าดนตรีสามารถเชื่อมโยงหัวใจคนได้แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ฉันชอบโมเมนต์ที่เขาเดินออกจากที่นั่งมากค่ะ
ฉากย้อนอดีตที่เด็กชายและเด็กหญิงทำสัญญานิ้วก้อยกันช่างน่ารักและอบอุ่นหัวใจมากค่ะ ดูแล้วรู้สึกจุกอกเพราะรู้ว่าพวกเขาต้องพลัดจากกันแน่ๆ เลย พอกลับมาที่ปัจจุบันเห็นชายชุดดำเดินตามหาหญิงสาวเล่นเชลโล่ก็ยิ่งลุ้นว่าพวกเขาจะจำกันได้ไหม หนังเรื่องเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งทำฉากความทรงจำได้นุ่มนวลมาก โทนสีออกเหลืองๆ ให้ความรู้สึกย้อนยุคสุดๆ ใครชอบแนวซึ้งๆ ห้ามพลาดเลยค่ะ
ชอบการแสดงสีหน้าของพระเอกมากค่ะ ไม่ต้องพูดอะไรเลยแค่สายตาก็สื่ออารมณ์ได้หมดจด ตอนนั่งฟังคอนเสิร์ตเขาทำเหมือนไม่สนใจแต่พอเห็นเธอเล่นเท่านั้นแหละ หน้าตาเปลี่ยนทันที เพื่อนข้างๆ พยายามคุยด้วยก็ไม่ตอบ สนใจแค่บนเวทีอย่างเดียว ฉากนี้ในเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งบอกเล่าความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีมาก ฉันนั่งจ้องหน้าจอไม่กระพริบตาเลย อยากรู้ว่าตอนเขาเดินไปหาเธอข้างหลังเวทีจะเกิดอะไรขึ้นต่อบ้าง
การถ่ายทำฉากในหอประชุมดนตรีทำได้อลังการมากค่ะ ผู้ชมเต็มโรงทุกคนแต่งตัวดูดีหมดเลย ทำให้รู้สึกเหมือนเราได้นั่งอยู่ในนั้นจริงๆ ด้วย เสียงเพลงเชลโล่ก้องกังวานผสมกับบรรยากาศตึงเครียดของผู้ชายสองคนนั่งข้างกันมันช่างเข้ากันได้ดีมาก เรื่องเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งใส่ใจรายละเอียดฉากหลังมากค่ะ ไม่ใช่แค่โฟกัสที่พระเอกนางเอกอย่างเดียว แต่รวมถึงปฏิกิริยาคนรอบข้างที่ทำให้เรื่องราวดูสมจริงและมีชีวิตชีวามากขึ้นค่ะ
โมเมนต์ที่ชายชุดดำลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลยค่ะ เขาทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วหรือว่าต้องการไปพบเธอทันทีกันแน่ การเดินผ่านแถวผู้ชมไปยังด้านหลังเวทีทำให้คนดูใจเต้นตามไปด้วย ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียด ในเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งฉากนี้ถูกออกแบบมาให้เราลุ้นระทึกมากค่ะ แสงสว่างที่ส่องนำทางเขาไปเหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่าเขากำลังเดินเข้าสู่ความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่มานานแล้ว ช่างเป็นฉากที่ทรงพลังมากค่ะ
เพลงเชลโล่ในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประกอบฉากค่ะ แต่เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญเลย ทุกครั้งที่เสียงดนตรีดังขึ้นความทรงจำก็จะไหลย้อนกลับมาหาตัวละครหลัก ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนี้ ฉากซ้อนภาพระหว่างหญิงสาวเล่นเชลโล่กับเด็กหญิงในอดีตในเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งทำได้อารมณ์มากค่ะ เหมือนวิญญาณในอดีตกลับมาหลอกหลอนด้วยความหวานซึ้ง ใครที่ฟังเพลงแล้วน้ำตาไหลเหมือนกันบ้างยกมือขึ้นค่ะ น้ำตาไหลไม่หยุดเลยค่ะ
ตัวละครชายชุดเทาที่นั่งข้างพระเอกก็น่าสนใจนะคะ เขาพยายามคุยด้วยแต่พระเอกไม่สนใจเลยสักนิด ดูเหมือนเขาจะรู้ความลับบางอย่างระหว่างพระเอกกับนางเอกด้วยซ้ำ สีหน้าเขาตอนเห็นพระเอกลุกเดินออกไปคือแบบ อีกละเริ่มอีกแล้ว ฉากนี้ในเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งเพิ่มมิติให้เรื่องมากค่ะ ไม่ใช่แค่ความรักสองคนแต่มีเพื่อนคอยสนับสนุนหรืออาจจะคอยห้ามก็ได้ รอติดตามว่าเพื่อนคนนี้จะมีบทบาทสำคัญแค่ไหนค่ะ
งานภาพในเรื่องนี้สวยมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายชุดดำยืนอยู่ในที่มืดมีแสงส่องมาแค่ครึ่งหน้า มันสื่อถึงความขัดแย้งในใจเขาได้ดีมาก ระหว่างเหตุผลกับความรู้สึก ระหว่างปัจจุบันกับอดีต การใช้แสงเงาในเพลงรักที่ดังขึ้นครั้งนี้ถือว่าผู้กำกับเก่งมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่อความหมายได้หมด ฉากเดินเข้าไปในเงามืดเพื่อหาแสงสว่างบนเวที เปรียบเหมือนการออกเดินทางเพื่อค้นหาความรักที่หายไป
ดูมาทั้งเรื่องก็รอฉากนี้ค่ะ ตอนที่เขาตัดสินใจเดินไปหาเธอ ฉันเชื่อว่าพวกเขาต้องจำกันได้แน่ๆ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สัญญาที่เคยให้ไว้คงไม่หายไปง่ายๆ เรื่องเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งให้กำลังใจคนรอคอยได้ดีมากค่ะ ทำให้เชื่อว่าถ้ารักแท้จริงยังไงก็ได้เจอกัน ฉากที่เขามองเธอเล่นเชลโล่แล้วภาพเด็กหญิงยิ้มซ้อนขึ้นมาคือจุกอกมาก อยากให้ตอนต่อไปเขาเดินเข้าไปกอดเธอเลยได้ไหมคะ ใจร้อนอยากดูตอนต่อไปแล้ว
โดยรวมแล้วชอบเรื่องนี้มาก โครงเรื่องไม่ซับซ้อนแต่ลึกซึ้งด้วยอารมณ์ตัวละคร การแสดงของทุกคนธรรมชาติมากโดยเฉพาะฉากไม่มีบทพูดที่ใช้สายตาคุยกัน ฉันดูในแอปดูซีรีส์แล้วติดมากจนต้องมาดูรีวิวต่อ เรื่องเพลงรักที่ดังขึ้นอีกครั้งเป็นละครที่เยียวยาหัวใจคนดูได้ดี ใครที่เหนื่อยจากงานมาลองดูแล้วจะรู้สึกดีขึ้น แน่นอนว่าฉากจบต้องมีความสุขแน่ ฉันขอพนันว่าพวกเขาจะได้กลับมาครองคู่กันอีกครั้งในไม่ช้า