การเลือกชุดสีขาวให้นางเอกในงานเลี้ยงที่คนอื่นใส่สีฉูดฉาด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน มันเหมือนต้องการสื่อว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น หรืออาจจะกำลังพยายามชำระล้างบางอย่างอยู่ก็ได้ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องประดับมุกก็ช่วยเสริมลุคให้ดูแพงแต่เปราะบาง ใน เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก การออกแบบเครื่องแต่งกายช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย
ฉากที่พระเอกพยายามพูดอะไรบางอย่างกับนางเอก แต่เธอกลับทำท่าทางเหมือนไม่อยากฟังหรืออาจจะฟังไม่ได้ มันสร้างความอึดอัดให้คนดูมาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใน เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ดูเหมือนจะมีปมบางอย่างที่แก้ไม่ตก การที่เธอเลือกจะเงียบหรือแกล้งใบ้ในขณะที่เขาพยายามอธิบาย มันคือความทรมานใจที่ถ่ายทอดออกมาผ่านหน้าจอได้ดีมาก
ตัวละครหญิงในชุดสีเงินที่เดินเข้ามาแทรกกลางวงสนทนา ดูมีเลศนัยบางอย่างซ่อนอยู่ รอยยิ้มของเธอไม่ได้ดูเป็นมิตรเท่าไหร่ โดยเฉพาะแววตาที่มองนางเอกแล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นศัตรูทันที ใน เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ตัวละครนี้ดูเหมือนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของพระนางร้าวลึกขึ้นไปอีก อยากรู้ว่าเธอมีแผนอะไรกันแน่
แม้ฉากหลังจะเป็นงานเลี้ยงหรูหราที่มีแสงไฟสวยงาม แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนหายใจไม่ออก ผู้คนรอบข้างดูเหมือนจะจับจ้องมองความผิดปกติของคู่พระนางอยู่ การที่พระเอกดึงมือนางเอกแล้วพยายามพูดอะไรบางอย่างท่ามกลางสายตาคนมากมาย มันยิ่งทำให้ความกดดันพุ่งสูงขึ้น ใน เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก ฉากนี้ใช้พื้นที่สาธารณะมาบีบอารมณ์ตัวละครได้เก่งมาก
ช็อตเปิดเรื่องที่นางเอกมองโทรศัพท์แล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที บวกกับฉากหลังที่เธอเดินลงบันได sambilมองหน้าจออีก มันชัดเจนว่าโทรศัพท์เครื่องนี้คือกุญแจสำคัญของเรื่อง บางทีเธออาจจะเจอข้อความหรือรูปบางอย่างที่ทำให้เธอต้องรีบมางานเลี้ยงนี้ ใน เธอแกล้งใบ้ เขาแกล้งรัก อุปกรณ์สื่อสารดูเหมือนจะเป็นตัวเดินเรื่องที่ทรงพลังมาก