ชอบดีไซน์ชุดของตัวละครชายผมฟ้ามาก มันดูเรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจและการควบคุม ฉากที่เขาเดินเข้าไปในห้องสมุดแล้วคุกเข่าต่อหน้าชายผมทอง มันสื่อถึงลำดับชั้นทางสังคมได้ชัดเจนมาก แม้จะไม่มีคำพูดเยอะแต่ภาษากายบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้ครบถ้วน การดำเนินเรื่องใน สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า เร็วและกระชับ ไม่ยืดเยื้อน่าเบื่อเลย
ใครจะคิดว่าในโลกอนาคตจะมีสัตว์เลี้ยงที่เป็นโฮโลแกรมรูปสุนัขจิ้งจอกน่ารักแบบนี้ มันช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้กับฉากที่ดูตึงเครียดได้ดีมาก ตอนที่ตัวละครหลักเรียกมันออกมาจากข้อมือแล้วมีสติ๊กเกอร์รูปจิ้งจอกนอนหลับเด้งขึ้นมา มันทำให้ยิ้มได้ทั้งน้ำตา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละที่ทำให้ สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างชายผมทองกับชายผมฟ้าน่าสนใจมาก มันดูเหมือนพี่น้องหรือผู้บังคับบัญชากับลูกน้องที่มีความขัดแย้งในใจ ฉากที่ชายผมทองยืนหันหลังให้แล้วชายผมฟ้าคุกเข่า มันสื่อถึงความเคารพแต่ก็มีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างยิ่งทำให้บรรยากาศดูหม่นหมองและดราม่าสุดๆ เป็นพล็อตที่ดึงดูดใจคนดูได้ทันทีใน สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า
ต้องชื่นชมทีมสร้างฉากจริงๆ เมืองในเรื่องนี้สวยมาก ทั้งตึกสูงเสียดฟ้าที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกผสมกับเทคโนโลยีล้ำยุค ยานอวกาศที่บินผ่านเมฆและวงแหวนสถานีอวกาศที่โคจรรอบโลก มันทำให้เรารู้สึกว่านี่คือโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นกลับซ่อนเรื่องราวดราม่าเอาไว้ ทำให้ สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ดูมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร
ฉากที่ตัวละครหญิงผมทองร้องไห้แต่พยายามยิ้ม มันทำเอาใจสลายจริงๆ สีหน้าและแววตาของเธอสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก แม้จะไม่มีเสียงเพลงประกอบแต่ความเงียบในฉากนั้นกลับดังกว่าเสียงใดๆ การที่เธอถูกปลอบโยนด้วยการกอดจากเพื่อนสนิท ทำให้เห็นว่ามิตรภาพสำคัญแค่ไหนในโลกที่โหดร้าย เรื่องราวแบบนี้ใน สมรภูมิรักดาวอัลฟ่า ทำให้เราอยากเอาใจช่วยตัวละครมากๆ