ตัวละครในชุดสีม่วงแสดงอารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก ยิ้มทั้งที่น้ำตาแทบไหลออกมา การที่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าคนที่ตัวเองรักหรือเคารพ มันช่างทรมานใจจริงๆ ฉากที่เขามองตามหลังอีกคนไปแล้วหันกลับมาทำหน้าเจื่อนๆ มันกินใจสุดๆ เป็นซีนที่แสดงให้เห็นถึงความเสียสละที่ไม่มีใครเห็นใน วิศวกรทะลุมิติ พลิกแผ่นดิน
จากฉากดราม่าหนักๆ ตัดมาสู่ฉากกินเลี้ยงที่ดูอบอุ่นแต่กลับมีความว่างเปล่าบางอย่างซ่อนอยู่ ตัวละครหลักที่นั่งดื่มคนเดียวท่ามกลางความเงียบสงัด มันช่างขัดแย้งกับฉากก่อนหน้าที่ทุกคนหัวเราะร่า การเทเหล้าทิ้งลงพื้นเหมือนเป็นการระบายความในใจที่ไม่อาจพูดออกมา เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เรื่อง วิศวกรทะลุมิติ พลิกแผ่นดิน น่าติดตามมาก
ฉากที่ทุกคนมารวมตัวกันกินข้าวและหัวเราะด้วยกันช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าอิจฉา แสงแดดอุ่นๆ รอยยิ้มของสาวๆ ในชุดสวยๆ และบรรยากาศที่เป็นกันเอง มันทำให้เราอยากย้อนเวลากลับไปช่วงเวลานั้นจริงๆ แต่พอตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ความแตกต่างนี้ยิ่งทำให้รู้สึกเศร้าเข้าไปใหญ่ เป็นการจัดวางลำดับเรื่องที่ฉลาดมากใน วิศวกรทะลุมิติ พลิกแผ่นดิน
ตอนจบที่ตัวละครเทน้ำลงพื้นแล้วมองแก้วเปล่าๆ มันเหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าบางสิ่งบางอย่างได้จบลงไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ การแสดงออกทางสีหน้าที่นิ่งแต่แฝงไปด้วยความหมายมากมาย ทำให้คนดูต้องตีความกันไปต่างๆ นานา เป็นตอนจบที่เปิดกว้างและทิ้งความประทับใจไว้อย่างยาวนานสำหรับแฟนๆ วิศวกรทะลุมิติ พลิกแผ่นดิน
บรรยากาศในฉากฝนตกช่างน่าหดหู่และกดดันสุดๆ การที่ตัวละครต้องยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำเหมือนจะสื่อถึงความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ การแสดงสีหน้าของตัวละครในชุดสีม่วงที่ดูเจ็บปวดแต่ต้องฝืนยิ้ม ทำให้คนดูอย่างเราจุกอกไปตามๆ กัน ฉากนี้ใน วิศวกรทะลุมิติ พลิกแผ่นดิน ทำออกมาได้ดีมากจนน้ำตาจะไหล