แค่สายตาคู่หนึ่งที่มองกันระหว่างพระเอกกับนางเอกก็บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะแยะ ความเงียบในห้องนอนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทำให้บรรยากาศอึดอัดจนคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย ฉากนี้ในลิขิตรักคืนหิมะโปรยคือที่สุดของความดราม่า
การตัดสลับระหว่างฉากปัจจุบันกับฉากความทรงจำทำให้เห็นความแตกต่างของอารมณ์ได้ชัดเจน จากความสุขในอดีตสู่ความเจ็บปวดในปัจจุบัน พระเอกพยายามหนีจากความทรงจำแต่ยิ่งหนีก็ยิ่งเจ็บลึกขึ้นเรื่อยๆ เนื้อเรื่องในลิขิตรักคืนหิมะโปรยช่วงนี้บีบหัวใจมาก
ชุดสีขาวของพระเอกที่ค่อยๆ เปียกและติดตัวจนเห็นรูปร่างชัดเจน สื่อถึง ความเปราะบางของจิตใจเขา การที่เขาไม่ยอมเปลี่ยนชุดแม้จะเปียกปอนแสดงให้เห็นว่าเขายังติดอยู่ในอดีต ไม่อยากหลุดออกมาจากความรู้สึกนั้น ฉากนี้ในลิขิตรักคืนหิมะโปรยสวยงามแต่เจ็บปวด
ฉากที่ทั้งสองคนนั่งมองกันโดยไม่พูดอะไรเลยแต่กลับสื่อสารได้มากกว่าคำพูดพันคำ สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรัก และความเสียใจผสมปนเปกัน ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ การแสดงในลิขิตรักคืนหิมะโปรยช่วงนี้สุดยอดมาก
แม้จะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือแต่กลับรู้สึกห่างไกลกันเป็นพันลี้ กำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างพระเอกกับนางเอกเกิดจากความเจ็บปวดในอดีตที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา การที่เขาพยายามจะสัมผัสเธอแต่สุดท้ายก็ถอยกลับทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วยในลิขิตรักคืนหิมะโปรย