ไม่ต้องมีคำพูดเยอะ แค่สายตาก็เล่าเรื่องได้หมดแล้ว โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวเดินเข้าห้องเรียนแล้วโดนเพื่อนจ้องมองแบบไม่เป็นมิตร สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด ในขณะที่เพื่อนสาวอีกคนยืนกอดอกมองด้วยแววตาท้าทาย ลิขิตรักคืนหิมะโปรย เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ร่มสีดำคันใหญ่ที่ชายหนุ่มถือให้หญิงสาวในฉากหิมะ ไม่ใช่แค่กันหิมะ แต่เหมือนเป็นเกราะป้องกันโลกภายนอกให้เธอ แต่พอเธอเดินเข้าห้องเรียน ร่มคันนั้นก็หายไป ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์เพียงลำพัง ลิขิตรักคืนหิมะโปรย ใช้สัญลักษณ์ง่ายๆ แต่สื่อความหมายลึกซึ้งมาก
ฉากในห้องเรียนทำให้เห็นด้านมืดของวัยเรียนได้ชัดเจน เพื่อนที่ควรจะสนับสนุนกลับกลายเป็นคนที่ทำให้เจ็บปวดที่สุด โดยเฉพาะสาวผมม้าที่ยืนกอดอกมองด้วยสายตาเย็นชา กับอีกคนที่นั่งเท้าคางมองด้วยแววตาเยาะเย้ย ลิขิตรักคืนหิมะโปรย ไม่กลัวที่จะแสดงด้านร้ายของมนุษย์ออกมา
มีหลายฉากในเรื่องที่ไม่มีใครพูดอะไรเลย แต่กลับสื่อสารได้มากกว่าคำพูดเป็นร้อยคำ เช่น ฉากที่หญิงสาวเดินเข้าห้องแล้วทุกคนเงียบกริบ หรือฉากที่ชายหนุ่มยืนมองเธอจากไกลๆ ด้วยสายตาห่วงใย ลิขิตรักคืนหิมะโปรย รู้จักใช้ความเงียบให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง
ชุดนักเรียนสีเทาที่ทุกคนใส่เหมือนกัน แต่กลับไม่สามารถซ่อนความแตกต่างของสถานะทางสังคมได้ หญิงสาวที่ถูกมองว่าแปลกแยกยังคงโดดเด่นแม้จะใส่ชุดเดียวกัน ในขณะที่กลุ่มเพื่อนยอดนิยมกลับดูกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด ลิขิตรักคืนหิมะโปรย เล่นกับประเด็นนี้ได้อย่างแนบเนียน