การตัดสลับระหว่างฉากพิธีกรรมโบราณที่ดูขลังกับฉากปัจจุบันที่เต็มไปด้วยหิมะและรถหรู สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและน่าค้นหา โดยเฉพาะฉากที่พระเอกขับรถมาด้วยความเร็วแล้วเกิดอุบัติเหตุกับนางเอก เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างพลิกผัน จากคนที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกัน กลับต้องมาผูกพันด้วยเลือดและน้ำตาในชั่วพริบตา ความบังเอิญในเรื่องนี้ช่างโหดร้ายแต่ก็ดึงดูดใจสุดๆ
ชอบโมเมนต์ที่พระเอกซึ่งดูเย็นชาและทรงพลังในฉากอื่นๆ แต่พอมาเห็นนางเอกนอนหมดสติอยู่บนถนน แววตาของเขากลับเปลี่ยนไปทันที มีความตกใจ ความกังวล และบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นซ่อนอยู่ การที่เขาวิ่งเข้าไปกอดเธอทั้งที่หิมะกำลังตกหนัก เป็นภาพที่โรแมนติกและบีบหัวใจมาก ดูแล้วรู้สึกร้อนรนแทนตัวละครจริงๆ
วิดีโอเรื่องนี้เล่นกับภาพลักษณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างหญิงส่งของที่ต้องสู้ชีวิตกับกลุ่มผู้ชายในชุดสูทที่ดูมีอำนาจและลึกลับ ฉากที่พวกเขาทำพิธีหรือดื่มชาอย่างสงบ ตัดกับฉากอุบัติเหตุที่วุ่นวาย ทำให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำและปมดราม่าที่รอการคลี่คลาย ในลิขิตรักคืนหิมะโปรย การนำสองโลกนี้มาชนกันทำได้ดีมาก ทำให้คนดูอยากรู้ว่าเบื้องหลังความเงียบสงบนั้นซ่อนอะไรไว้
การใช้ฉากหลังเป็นหิมะตกตลอดทั้งเรื่องช่วยเสริมอารมณ์เศร้าและความหนาวเหน็บในใจตัวละครได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่พระเอกอุ้มนางเอกไว้ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาไม่หยุด เหมือนกับว่าธรรมชาติกำลังร้องไห้แทนพวกเขา ความสวยงามของภาพที่ขาวโพลนตัดกับชุดสีเหลืองของนางเอก ทำให้ฉากนี้ดูโดดเด่นและน่าจดจำมาก เป็นงานภาพที่สวยจนอยากแคปหน้าจอเก็บไว้
ฉากที่เป็นภาพขาวดำหรือภาพความทรงจำที่แทรกเข้ามา เป็นเครื่องยืนยันว่าตัวละครเหล่านี้มีอดีตที่ซับซ้อนร่วมกัน การที่พระเอกมองนางเอกด้วยสายตาที่เหมือนจะจำอะไรได้บ้างแต่ก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้คนดูต้องคอยจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของเขา ว่าเขาจะจำเธอได้ไหม และทำไมเขาถึงดูทรมานขนาดนี้ เรื่องราวในลิขิตรักคืนหิมะโปรย น่าจะมีความเจ็บปวดจากอดีตที่รอการเยียวยา