ฉากที่พระเอกถอดจี้หยกส่งให้หญิงชุดดำช่างสะเทือนใจมาก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนแต่ก็ยอมจำนนต่อโชคชะตา เรื่องราวในราชินีสงครามคืนถิ่น ดูลึกซึ้งขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าจี้ชิ้นนี้คือหลักฐานยืนยันตัวตนที่แท้จริง การแสดงของนักแสดงนำทำให้คนดูอินไปกับความเจ็บปวดที่ต้องตัดใจจากของรักเพื่อปกป้องคนที่รักกว่า
ต้องยกนิ้วให้คอสตูมของชายชุดแดงกับขนนกสีดำที่ดูแปลกตาแต่กลับเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องผู้ป่วย ฉากที่เขาจ้องมองหญิงชุดดำด้วยสายตาตกใจยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องราวนอกเหนือความคาดหมาย ราชินีสงครามคืนถิ่น เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมากด้วยการผสมผสานความแฟนตาซีเข้ากับดราม่าชีวิตจริงจนแยกไม่ออก
สีหน้าของหญิงชุดดำตอนรับจี้หยกจากมือพระเอกบอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในแววตาสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและ过往ที่เจ็บปวด ราชินีสงครามคืนถิ่น สร้างตัวละครที่มีมิติมาก ทำให้คนดูอยากรู้ว่าเบื้องหลังความเย็นชานั้นซ่อนความรักหรือความแค้นกันแน่
ตัวละครหญิงชุดชมพูที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วงดูเหมือนจะเป็นคนกลางที่พยายามประสานรอยร้าว แต่ท่าทางที่ลังเลของเธอกลับทำให้รู้ว่าเธอเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับปมดราม่านี้อย่างลึกซึ้ง ราชินีสงครามคืนถิ่น วางตัวละครได้เก่งมาก ให้แต่ละคนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนพล็อตเรื่องให้น่าติดตาม
ชายที่นั่งรถเข็นด้วยท่าทางสุขุมดูเหมือนจะรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่เลือกที่จะเงียบ การมีอยู่ของเขาในห้องผู้ป่วยทำให้บรรยากาศดูหนักแน่นขึ้น ราชินีสงครามคืนถิ่น ใช้ตัวละครนี้เพื่อสร้างปมขัดแย้งทางอำนาจที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาหาพระเอกและนางเอก