ชอบดีเทลเล็กๆ อย่างนาฬิกาข้อมือที่พระเอกใส่ตอนเล่นเปียโน มันดูคลาสสิกและเข้ากับลุคมาก การที่เขาเหลือบมองนาฬิกาแล้วรีบมองหน้านางเอกต่อ มันสื่อถึงความกังวลว่าจะเสียเธอไปหรือเปล่า ความละเอียดอ่อนแบบนี้แหละที่ทำให้ รักเหนือกาลเวลา ดูมีมิติมากกว่าละครทั่วไป
ช่วงที่นางเอกยืนกอดอกมองพระเอกเล่นเปียโน โดยไม่พูดอะไรเลย แต่มันสื่ออารมณ์ได้มหาศาลมาก สายตาที่ดูทั้งน้อยใจและยังรักมันชัดเจนมาก การแสดงสีหน้าแบบนี้ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็กินใจคนดูได้สุดๆ เป็นซีนที่แสดงถึงพลังการแสดงที่แท้จริงใน รักเหนือกาลเวลา
การแต่งตัวของทั้งคู่ในฉากนี้ดูเข้ากันมาก พระเอกใส่แจ็คเก็ตยีนส์ดูเท่แบบสบายๆ ส่วนนางเอกใส่เสื้อลายตารางดูสดใส การที่คอสตูมดูไม่พยายามมากจนเกินไป ทำให้ตัวละครดูเป็นธรรมชาติเหมือนคนจริงๆ ที่เราอาจจะเจอที่ไหนสักแห่ง สไตล์การแต่งตัวใน รักเหนือกาลเวลา ช่างถูกใจวัยรุ่นสุดๆ
ตอนที่พระเอกเงยหน้าขึ้นมาจากเปียโนแล้วสบตากับนางเอก มันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปเลย แสงไฟที่ส่องผ่านผมของนางเอกทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าจริงๆ ความโรแมนติกที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจแบบนี้แหละคือเสน่ห์ของเรื่องนี้ ที่ทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วยในทุกฉากของ รักเหนือกาลเวลา
แม้เราจะไม่ได้ยินเสียงเพลงที่พระเอกเล่น แต่ท่าทางและอารมณ์ที่เขาใส่ลงไปตอนกดคีย์เปียโน มันบอกเล่าเรื่องราวความรักได้ดีมาก การที่เขาเล่นไปมองเธอไป มันเหมือนกำลังบรรเลงเพลงรักให้เธอคนเดียวฟังจริงๆ ฉากนี้ใน รักเหนือกาลเวลา พิสูจน์แล้วว่าดนตรีสื่อสารใจคนได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด