ชอบมุมกล้องที่จับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น มือที่พันผ้าพันแผลหรือสายตาที่หลบเลี่ยงกัน มันสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีมาก ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็เข้าใจความรู้สึกได้ทันที ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละคร เหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับของ รักเหนือกาลเวลา ที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาดังๆ
การเลือกชุดสีชมพูให้เธอในสภาพแบบนี้ช่างขัดแย้งแต่ทรงพลังมาก มันเหมือนสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ที่ถูกทำลาย รอยช้ำแต่ละจุดดูเหมือนจะบอกเล่าความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญ ส่วนเขายืนนิ่งเหมือนรูปปั้นแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว รักเหนือกาลเวลา ทำได้ดีมากในการสื่ออารมณ์ผ่านภาพ
แม้จะไม่มีเสียงพูดแต่การสื่อสารผ่านสายตาและสีหน้าทำให้รู้สึกเหมือนได้ยินทุกคำพูดที่พวกเขาอยากบอกกัน ความตึงเครียดในห้องโรงพยาบาลนั้นจับต้องได้จริงๆ ทุกเฟรมดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของ รักเหนือกาลเวลา ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวังที่ยังไม่ตาย อยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไงต่อ
รอยช้ำบนใบหน้าเธอไม่ใช่แค่เครื่องสำอาง แต่ดูเหมือนความเจ็บปวดจริงๆ ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ การแสดงของทั้งคู่ทำให้รู้สึกเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของฉากนั้นด้วย บรรยากาศในห้องโรงพยาบาลที่เย็นชาตัดกับความร้อนแรงของอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดู รักเหนือกาลเวลา ในตอนที่เจ็บปวดที่สุด
ชอบมากที่ผู้กำกับใช้สายตาของตัวละครในการเล่าเรื่องแทนคำพูด สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสับสน ส่วนสายตาของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ใจและความอยากช่วยแต่ทำอะไรไม่ได้ มันทำให้รู้สึกเหมือนเราเข้าใจเรื่องราวของ รักเหนือกาลเวลา โดยไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมเลย