ฉากในรถเบนซ์สีดำมันวาว ช่างตัดกับบรรยากาศในบ้านอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเข้มดูสง่างามและเย็นชา เธอมองดูรูปครอบครัวในมือถือแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย การที่เธอส่งข้อความเสียงไปหาสามีในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่กับภรรยาคนใหม่ ช่างเป็นการวางแผนการตอบโต้ที่เงียบเชียบแต่ทรงพลังมาก ดูเหมือนว่าเกมในรักเธอหรือฆ่าเธอ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอคือผู้เล่นที่คุมเกมอยู่
ภาพของเด็กหญิงในชุดสีชมพูวิ่งตามลูกบอลไปจนถึงขอบสระว่ายน้ำ ช่างทำให้ใจคนดูหดหู่ เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบลูกบอลแต่กลับทำตกน้ำ สายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความเหงาช่างสื่ออารมณ์ได้ดีมาก โดยไม่มีคำพูดแม้แต่คำเดียว ฉากนี้ในรักเธอหรือฆ่าเธอ เปรียบเสมือนหัวใจของเด็กน้อยที่กำลังแตกสลายเพราะความวุ่นวายของผู้ใหญ่ ที่ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง
การปะทะกันในห้องนอนระหว่างสามีที่พยายามทำตัวเป็นปกติกับภรรยาที่รู้ทันทุกอย่าง ช่างเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน การที่เธอปลดกระดุมเสื้อเขาอย่างช้าๆ ในขณะที่เขากำลังพยายามคุยโทรศัพท์ให้จบ ช่างเป็นฉากที่เซ็กซี่แต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน มันคือสงครามประสาทที่ชัดเจนมากในเรื่องรักเธอหรือฆ่าเธอ ที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อความรักกลายเป็นสนามรบ ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ มีเพียงความเจ็บปวดที่รออยู่ข้างหน้า
ภาพแต่งงานขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนหัวเตียง ช่างเป็นสิ่งที่ตลกร้ายที่สุดในตอนนี้ รอยยิ้มของทั้งคู่ในภาพดูปลอมปนเมื่อเทียบกับความจริงที่เกิดขึ้นในห้องนอนนั้น การที่กล้องแพนไปมาระหว่างฉากความรักที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดกับภาพแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ ช่างเป็นการเสียดสีสถาบันครอบครัวได้อย่างเจ็บแสบ ในรักเธอหรือฆ่าเธอ ภาพนี้ไม่ใช่เครื่องยืนยันความรัก แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความล้มเหลวของคำสัญญา
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังใกล้ชิดกันที่สุด ช่างเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก มันดึงเขากลับสู่ความเป็นจริงที่โหดร้าย ในขณะที่เธอยังคงพยายามยื้อช่วงเวลาเหล่านั้นไว้ การที่เขาต้องรับสายจากภรรยาอีกคนในขณะที่อยู่กับเธอ ช่างเป็นการดูถูกความรู้สึกกันอย่างชัดเจน ฉากนี้ในรักเธอหรือฆ่าเธอ สะท้อนให้เห็นถึงความโลภของมนุษย์ที่ต้องการทุกอย่าง โดยไม่สนใจว่าใครจะต้องเจ็บปวดบ้าง