ฉากเปิดเรื่องช่างน่าสะเทือนใจเหลือเกิน เมื่อท่านลอร์ดในชุดแดงเข้มต้องเผชิญกับเลือดและความโหดร้าย แต่กลับมีแมวขาวตัวน้อยมาเป็นเพื่อนคู่ใจเพียงหนึ่งเดียว ความขัดแย้งระหว่างความรุนแรงกับความอ่อนโยนถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านสายตาของมารใหญ่ขนปุกปุย ที่คอยเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของนายท่านอย่างห่วงใย
ชอบบรรยากาศในเรื่องมาก โดยเฉพาะฉากกลางคืนที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ท่านลอร์ดนอนกอดแมวขาวด้วยความอ่อนล้า แต่แววตายังคงดุดันเหมือนเสือที่พร้อมจะล่าเหยื่อตลอดเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ถูกสร้างขึ้นมาอย่างละเอียดอ่อน ทำให้คนดูอย่างเราอินไปกับความรู้สึกของมารใหญ่ขนปุกปุย ที่เข้าใจนายท่านโดยไม่ต้องพูดจา
ใครจะคิดว่าแมวตัวเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องราวได้ขนาดนี้ ฉากที่แมวขาวกระโดดเข้าไปห้ามเลือดหรือเลียมือที่มีบาดแผลให้ท่านลอร์ด ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นจนน้ำตาจะไหล ความบริสุทธิ์ของมารใหญ่ขนปุกปุย ช่วยเยียวยาจิตใจที่แข็งกระด้างของนายท่านได้อย่างน่าอัศจรรย์ ช่างเป็นเรื่องราวที่เยียวยาจิตใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ต้องยกนิ้วให้ทีมสร้างฉากเลย ฉากวังหลวงที่เห็นผ่านหน้าต่างห้องนอนช่างอลังการงานสร้างมาก สีแดงของเสาตัดกับสีทองของลวดลายได้ลงตัวสุดๆ แถมยังมีฉากที่แมวขาววิ่งเล่นในระเบียงยาวที่แสงแดดส่องผ่านเป็นลำ สวยเหมือนภาพวาดจีนโบราณจริงๆ การเดินเรื่องในมารใหญ่ขนปุกปุย ทำให้เราได้เห็นมุมต่างๆ ของวังอย่างครบถ้วน
ผู้กำกับเก่งมากในการใช้ภาพระยะใกล้ถ่ายทอดอารมณ์ โดยเฉพาะดวงตาสีทองของท่านลอร์ดที่เปลี่ยนจากเย็นชาเป็นอ่อนโยนเมื่อมองแมว และดวงตากลมโตของแมวขาวที่สะท้อนความกังวลเมื่อเห็นนายท่านเจ็บ ทุกการกระพริบตาของมารใหญ่ขนปุกปุย ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ทำให้คนดูต้องจ้องจอไม่กระพริบตาตามไปด้วย