ฉากเปิดเรื่องในป่ามรณะช่างน่าขนลุก เสืออสูรสีม่วงที่ดูน่าเกรงขามกลับต้องพ่ายแพ้ต่อมังกรน้อยตัวจ้อย แต่พอเสือตัวนั้นลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยพลังสีแดงฉาน ก็ทำให้รู้ว่าเรื่องใน ฟักไข่มังกร พลิกชะตา ยังไม่จบง่ายๆ ความตึงเครียดระหว่างสัตว์อสูรสองตัวนี้ดึงดูดใจมาก
ใครจะคิดว่ามังกรดำตัวน้อยที่ดูไร้เดียงสา จะมีพลังไฟมหาศาลขนาดนี้ ฉากที่มันพ่นไฟใส่เสืออสูรจนวอดวายช่างสะใจสุดๆ การออกแบบคาแรคเตอร์ใน ฟักไข่มังกร พลิกชะตา ทำได้ดีมาก ทั้งความน่ารักและความดุดันอยู่ในตัวเดียวกัน ดูแล้วติดตาตรึงใจจริงๆ
สลับฉากมาที่ห้องควบคุมเทคโนโลยีสูง เห็นทีมงานวิ่งวุ่นดูข้อมูลในจอแล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้ฉากต่อสู้เลย ปฏิกิริยาตกใจของคนในนั้นทำให้รู้ว่าสถานการณ์ในป่ามรณะร้ายแรงแค่ไหน การตัดสลับแบบนี้ใน ฟักไข่มังกร พลิกชะตา ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันที
ตัวละครหญิงในชุดสีดำแดงดูสง่างามและลึกลับมาก ยืนเผชิญหน้ากับเสืออสูรยักษ์โดยไม่หวั่นไหว สายตาที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นมุ่งมั่นตอนเห็นมังกรน้อยต่อสู้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งภายใน เรื่องราวใน ฟักไข่มังกร พลิกชะตา น่าสนใจตรงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อสูรนี้
ต้องชมทีมอนิเมชั่นที่ทำฉากปล่อยพลังได้สวยงามมาก ทั้งแสงสีเขียวของเสือและแสงสีทองของมังกร ตัดกับพื้นหลังป่ามืดๆ ได้ลงตัวสุดๆ ฉากที่เสืออสูรลุกขึ้นมาจากกองกระดูกด้วยแสงสีแดงยิ่งดูน่ากลัวและทรงพลัง การนำเสนอใน ฟักไข่มังกร พลิกชะตา ระดับนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก