ฉากเปิดเรื่องในฟักไข่มังกร พลิกชะตา ทำเอาฉันตกใจกับความอลังการของห้องควบคุมอนาคต แต่จุดขายจริงๆ คือความน่ารักของมังกรดำตัวน้อยที่กล้าตบหน้าพระเอกจนหน้าแดงก่ำ! ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อสูรดูมีมิติมาก ไม่ใช่แค่เครื่องมือต่อสู้ แต่เหมือนเพื่อนซี้ที่คอยแกล้งกันตลอดเวลา ดูแล้วอดยิ้มไม่ได้เลย
บรรยากาศในห้องประชุมดูเย็นชาแต่แฝงไปด้วยอำนาจ การที่ตัวละครหญิงในชุดสีแดงเดินเข้ามาพร้อมมังกร สร้างความกดดันให้กลุ่มชายชุดขาวทันที ฉากที่เสือดาวสายฟ้าคำรามใส่แสดงให้เห็นถึงพลังที่พร้อมปะทุ การดำเนินเรื่องในฟักไข่มังกร พลิกชะตา เร็วและกระชับมาก ทำให้คนดูต้องจ้องจอไม่กระพริบตา
ชอบดีไซน์ฉากที่มีโฮโลแกรมลอยเต็มห้อง แต่กลับมีการเรียกใช้สัตว์อสูรออกมาต่อสู้ มันเป็นการผสมผสานระหว่างไซไฟและแฟนตาซีที่ลงตัวมาก โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครเลือกดันเจี้ยนผ่านหน้าจอใสๆ แล้ววาร์ปหายไปทันที มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมจริงในฟักไข่มังกร พลิกชะตา เลยทีเดียว
ฉากที่มังกรน้อยบินไปตบหน้าพระเอกจนหน้าแดงเป็นจุดพีคของเรื่องนี้เลยนะ สีหน้าที่ทั้งโกรธทั้งอายของเขามันตลกมาก แต่พอเห็นฉากต่อมาที่เขาเรียกเสือดาวสายฟ้าออกมา ก็รู้ว่าเขาไม่ได้อ่อนแอ แค่โดนแกล้งเฉยๆ ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ในฟักไข่มังกร พลิกชะตา ทำให้ตัวละครดูมีเสน่ห์ขึ้นเยอะ
สังเกตไหมว่าชุดสีขาวทองดูมีอำนาจกว่าชุดสีดำธรรมดา การออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องพูดเลย พระเอกในชุดยาวสีขาวดูภูมิฐานมากเวลาสั่งการสัตว์อสูร ในขณะที่ชุดเกราะสีน้ำเงินของอีกคนก็ดูทันสมัยและพร้อมรบ การใส่ใจรายละเอียดในฟักไข่มังกร พลิกชะตา นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ