ชอบฉากที่ทั้งคู่เดินผ่านกลุ่มป้าๆ ที่นั่งจับเข่าคุยกันมากค่ะ เสียงซุบซิบเรื่องเงินทองและความสัมพันธ์ของพระเอกพระนางทำให้เรื่องดูสมจริงและมีมิติมากขึ้น ป้าๆ แสดงได้ธรรมชาติมาก เหมือนเราเดินผ่านวงสนทนาจริงๆ ในหมู่บ้าน การตัดสลับมาที่ป้าๆ ทำให้เรื่องไม่เน้นแค่ความรักแต่มีสังคมรอบข้างด้วย ใน (พากย์เสียง) สามีแปดศูนย์ ผู้ชายแสนใสซื่อ ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้พระเอกต้องรีบพาพระนางหนีไป
ตอนพระเอกอุ้มพระนางเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู คือฉากที่ตื่นเต้นที่สุดค่ะ! ความอึดอัดและความเขินของพระนางที่โดนจับได้เรื่องท้องสามเดือน สื่อออกมาทางสีหน้าได้ดีมาก พระเอกก็ดูเป็นผู้ชายที่รับผิดชอบ แม้จะดูแข็งๆ แต่จริงๆ แล้วใส่ใจมาก เรื่อง (พากย์เสียง) สามีแปดศูนย์ ผู้ชายแสนใสซื่อ ทำฉากนี้ได้น่าจดจำมาก คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามพระนางเลยค่ะ
พระเอกในเรื่องนี้ดูเป็นผู้ชายทหารที่ดูเข้มแข็ง แต่พออยู่กับพระนางแล้วดูอ่อนโยนมากค่ะ โดยเฉพาะตอนที่บอกว่า 'เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะ' แล้วอุ้มพระนางเข้าไป คือโมเมนต์ที่แสดงถึงความรับผิดชอบและความรักที่แท้จริง ใน (พากย์เสียง) สามีแปดศูนย์ ผู้ชายแสนใสซื่อ พระเอกไม่ได้แค่พูดแต่ทำจริง ฉากในห้องที่ทั้งคู่คุยกันเรื่องอนาคตและลูก คือฉากที่แสดงให้เห็นว่าความรักไม่ใช่แค่ความหวานแต่คือการร่วมรับผิดชอบ
เรื่องเริ่มจากร้านชาเล็กๆ แต่จบด้วยความอบอุ่นของครอบครัวที่กำลังจะเกิดขึ้น ชอบที่เรื่องไม่เน้นแค่ความโรแมนติกแต่มีประเด็นเรื่องความรับผิดชอบและการยอมรับจากสังคมด้วย ฉากที่ป้าๆ ซุบซิบแล้วพระเอกพาพระนางหนี คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้น ใน (พากย์เสียง) สามีแปดศูนย์ ผู้ชายแสนใสซื่อ ทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันดี ดูแล้วรู้สึกอิ่มใจและอยากให้มีตอนต่อไปค่ะ
ดูแล้วใจละลายมากค่ะ ฉากที่พระเอกพาพระนางไปดูร้านชาป่าหวังชา แล้วตั้งชื่อร้านด้วยกัน มันโรแมนติกสุดๆ การแสดงของทั้งคู่ใน (พากย์เสียง) สามีแปดศูนย์ ผู้ชายแสนใสซื่อ เข้าขากันดีมาก โดยเฉพาะแววตาที่สื่อความในใจโดยไม่ต้องพูดเยอะ บรรยากาศย้อนยุคกับชุดสวยๆ ยิ่งทำให้เรื่องน่าติดตาม อยากให้ฉากนี้ยาวกว่านี้อีกค่ะ