ฉากเปิดเรื่องใน (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ ทำเอาขนลุกซู่! การต่อสู้ระหว่างราชินีน้ำแข็งกับจอมเวทไฟนั้นดุเดือดเกินคาด ภาพกราฟิกที่เนรมิตปราสาทหิมะและลาวาเดือดพล่านช่างสมจริงจนลืมหายใจ ความขัดแย้งของธาตุที่ต่างกันแต่กลับดึงดูดกันเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากจริงๆ ใครสายแฟนตาซีห้ามพลาดเด็ดขาด
ต้องยกนิ้วให้คอสตูมของราชินีน้ำแข็งในเรื่อง (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ ชุดสีขาวเงินที่ดูบริสุทธิ์แต่กลับซ่อนพลังทำลายล้างไว้ได้อย่างแนบเนียน ฉากที่เธอเสกเกล็ดน้ำแข็งออกมาจากมือแล้วเปลี่ยนเป็นอาวุธแหลมคมช่างสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เป็นศิลปะการต่อสู้ที่หาชมได้ยากมากในซีรีส์ทั่วไป
ตัวละครชายในเรื่อง (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ นี่แหละคือจุดขาย! ฉากที่เส้นเลือดบนตัวเขาส่องแสงสีส้มเหมือนลาวาไหลเวียน บวกกับแววตาที่เปลี่ยนเป็นสีเพลิงตอนโกรธจัด มันสื่อถึงพลังดิบที่ควบคุมยากได้ดีมาก การแสดงออกทางสีหน้าตอนกำลังรวบรวมพลังไฟเพื่อโจมตีศัตรูช่างดุดันและทรงพลังสุดๆ
ฉากที่สาวน้อยผมขาวจมลงใต้น้ำใน (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ ช่างบีบหัวใจคนดูเหลือเกิน ภาพที่เธอพยายามตะเกียกตะกายแต่ร่างกายเริ่มถูกน้ำแข็งกัดกินจนแข็งทื่อ มันสื่อถึงความสิ้นหวังได้ชัดเจนมาก ฉากนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ แต่ยังแฝงความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครตัวนี้สุดๆ
ดู (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ แล้วต้องทึ่งกับสเกลการต่อสู้ที่ใหญ่มาก การที่เวทมนตร์น้ำแข็งและไฟปะทะกันจนเกิดระเบิดพลังงานมหาศาล ล้อมรอบด้วยทหารที่ถือหอกยืนเรียงแถวอย่างมีระเบียบ มันให้ความรู้สึกเหมือนสงครามเทพเจ้าในตำนานจริงๆ ฉากแอ็คชั่นแต่ละฉากอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่คนทำตั้งใจใส่มาให้คนดูได้ฟิน
ชอบตัวละครราชินีผมแดงในเรื่อง (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ มาก โดยเฉพาะฉากที่ยิ้มมุมปากก่อนจะปล่อยพลังน้ำแข็งใส่ศัตรู รอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นแต่แฝงความบ้าคลั่งไว้ข้างใน มันทำให้ตัวละครนี้มีมิติมาก ไม่ใช่แค่ตัวร้ายธรรมดาแต่มีความซับซ้อนในจิตใจ การแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนจากยิ้มเป็นดุร้ายในพริบตาช่างน่าประทับใจ
ฉากไคลแม็กซ์ที่ตัวละครหญิงถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองใน (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ ช่างเป็นภาพที่สวยจนอยากแคปหน้าจอเก็บไว้ ร่างกายที่ลอยอยู่กลางอากาศท่ามกลางเศษน้ำแข็งที่แตกกระจาย แสงสว่างที่แผ่ออกมาเหมือนการกำเนิดใหม่ของเทพธิดา มันคือจุดเปลี่ยนของเรื่องที่บอกเลยว่าทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และตราตรึงใจคนดูแน่นอน
การถ่ายทำใน (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ สร้างบรรยากาศความหนาวได้ดีมาก จนคนดูอย่างเรารู้สึกหนาวตามไปด้วย ฉากหิมะตกหนักที่ปกคลุมไปทั่วปราสาทสีเทาหม่น บวกกับลมที่พัดแรงจนชุดตัวละครปลิวไสว มันช่วยเสริมอารมณ์ความโดดเดี่ยวและความกดดันของสงครามได้เป็นอย่างดี เป็นงานโปรดักชั่นที่ใส่ใจในรายละเอียดของสภาพแวดล้อมมาก
รายละเอียดเล็กๆ อย่างแหวนสีแดงที่ตัวละครชายใส่ใน (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ ก็มีความสำคัญไม่น้อยหน้าฉากใหญ่ ฉากที่แหวนเริ่มแตกและปล่อยพลังงานสีแดงออกมา มันเหมือนลางบอกเหตุว่าพลังบางอย่างกำลังจะถูกปลดปล่อย หรืออาจจะเป็นคำสาปที่ส่งผลต่อตัวเขาเอง เป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้เนื้อเรื่องดูมีความลึกและน่าค้นหาขึ้นอีกเยอะ
ตอนจบของ (พากย์เสียง) ศึกสมรภูมิอัคคีและเหมันต์ ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อทั้งสองฝ่ายปล่อยพลังใส่กันจนพื้นที่รอบข้างกลายเป็นทะเลเพลิงและน้ำแข็งผสมกัน ภาพความหายนะที่เกิดขึ้นตรงหน้าปราสาทแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงในสงครามนี้ มันทิ้งปมให้คนดูได้คิดต่อว่าสุดท้ายแล้วพลังที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ เป็นตอนจบที่หักมุมและสะใจมาก