จากบรรยากาศโรแมนติกในร้านชุด กลายเป็นฉากไล่ล่ากลางถนนที่เปียกปอน จืออี้ถูกทำร้ายจนล้มลง เบ่ยหานรีบเข้าไปปกป้องทันที แสดงให้เห็นว่าลึกๆ แล้วเขาห่วงใยเธอมากแค่ไหน ฉากนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากความอิจฉาไปสู่ความกลัว แล้วจบด้วยความอบอุ่นของการปกป้อง เรื่องราวใน (พากย์เสียง) รักจากลา ดึงอารมณ์ได้เก่งจริงๆ
ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนซับซ้อนยิ่งกว่าปมด้าย เบ่ยหานพยายามวางตัวเป็นกลางแต่สายตาไม่อาจปิดบังความรู้สึกที่มีต่อจืออี้ ส่วนเบ่ยหานที่สวมชุดเจ้าสาวกลับรู้สึกเหมือนคนนอก การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องชุดแต่งงาน แต่เป็นการต่อสู้เพื่อตำแหน่งในหัวใจเขา ดูแล้วรู้สึกแทนเบ่ยหานจัง ใน (พากย์เสียง) รักจากลา ความรักช่างโหดร้าย
ชอบฉากที่เบ่ยหานกำผ้าชุดแต่งงานแน่นจนมือสั่น มันสื่อถึงความกดดันและความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญได้ดีโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลย ส่วนจืออี้ที่แม้จะดูอ่อนแอแต่กลับมีความเข้มแข็งภายในที่ทำให้เบ่ยหานหันมามอง ฉากฝนตกยิ่งเพิ่มบรรยากาศดราม่าให้เข้มข้นขึ้น ทุกรายละเอียดล้วนมีความหมายใน (พากย์เสียง) รักจากลา
ใครจะคิดว่าฉากลองชุดแต่งงานจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามความรัก เบ่ยหานพยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้ชุดที่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆ คือความสนใจจากเขา ในขณะที่จืออี้เพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็ทำให้เขาหันมามองได้ ความไม่เท่าเทียมกันในความสัมพันธ์นี้ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแต่ก็อดติดตามต่อไปไม่ได้ใน (พากย์เสียง) รักจากลา
ฉากในร้านชุดแต่งงานช่างตึงเครียดจนหายใจไม่ออก เบ่ยหานสวมชุดสีแดงสดแต่แววตากลับหม่นหมอง ตรงข้ามกับจืออี้ที่ดูเรียบง่ายแต่กลับได้รับความสนใจจากเขา การเลือกชุดไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นการเดิมพันด้วยหัวใจ ใครจะชนะในเกมความรักครั้งนี้กันนะ ดูแล้วใจสั่นตามทุกจังหวะใน (พากย์เสียง) รักจากลา