ฉากที่หมอถือฟิล์มเอกซเรย์แล้วบอกอาการเท้าข้างนั้นถึงขีดจำกัดแล้ว มันทำให้ใจสลายมากจริงๆ ความหวังของนักกีฬาต้องมาจบลงเพราะกระดูกอ่อนเสื่อมอย่างรุนแรงแบบนี้ ใครจะรับไหวบ้างนะ ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเลยจริงๆ ในเรื่อง (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ฉากนี้ทำออกมาได้สมจริงมากจนรู้สึกเจ็บแทนตัวละครเลยล่ะ
หญิงผมทองร้องไห้จนแทบขาดใจเมื่อรู้ว่าคนรักอาจต้องพิการหรือเล่นบอลไม่ได้อีกต่อไป คำพูดที่ว่ากลับมาบ้านกันเถอะมันแทงใจดำมาก ความรักที่ชนะเกียรติยศเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโลกนี้ การแสดงสีหน้าเจ็บปวดของเธอใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ทำให้คนดูอินไปกับความรู้สึกนั้นอย่างแรงกล้าเลยจริงๆ
ชายผมขาวนอนอยู่บนเตียงแต่สายตาไม่ยอมแพ้ แม้ร่างกายจะเจ็บปวดแต่ใจยังสู้เสมอ คำพูดที่ว่าเหลืออีกแค่สองนัดมันสื่อถึงความมุ่งมั่นที่เหลือเชื่อ เขาไม่อยอมแพ้แม้ต้องเสียใจตลอดชีวิตก็ตาม ฉากนี้ใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย สร้างแรงบันดาลใจให้คนดูฮึดสู้ขึ้นมามากเลยจริงๆ
ชายผมทองยืนสูบบุหรี่อย่างเครียดจัดเมื่อได้รับสายจากผู้จัดการทีมจากต่างประเทศ ความคาดหวังจากภายนอกมันกดดันมหาศาลมาก เขาเป็นรุ่นหนึ่งเดียวคนนี้แต่ต้องมาจบลงแบบนี้ มันช่างน่าเสียดายยิ่งนัก บรรยากาศใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ฉากนี้ถ่ายทอดความกดดันของวงการกีฬาได้ยอดเยี่ยมมาก
ฉากที่หญิงสาวโอบกอดชายคนรักบนเตียงคนไข้แล้วร้องไห้โฮ มันคือภาพที่สะท้อนความรักที่บริสุทธิ์มาก เธอพร้อมจะเลี้ยงดูเขาเองถ้าต้องเสียอาชีพไป ความสัมพันธ์แบบนี้หาได้ยากจริงๆ ใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ทำให้เราเห็นว่าการเสียสละเพื่อคนรักมันยิ่งใหญ่แค่ไหนเลยล่ะ
การที่หมอชี้ให้เห็นรอยกระดูกแตกและเตือนว่าถ้ายังฝืนใช้งานหนักต่อไปอาจจะพิการถาวร มันทำให้เรื่องดูมีความน่าเชื่อถือมาก ไม่ใช่แค่ดราม่าลอยๆ แต่มีเหตุผลรองรับชัดเจน คนดูอย่างเราจึงเข้าใจความหนักหนาของสถานการณ์ใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ได้ง่ายขึ้นมากจริงๆ
แสงสีแดงหน้าห้องเอ็มอาร์ไอตั้งแต่ต้นเรื่องมันสื่อถึงความอันตรายและฉุกเฉินได้ดีมาก พอตัดมาฉากในห้องป่วยที่แสงนุ่มลงก็สื่อถึงความอ่อนไหวของอารมณ์ตัวละครได้ชัดเจน การเปลี่ยนโทนสีแบบนี้ใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ช่วยดึงอารมณ์คนดูให้จมดิ่งไปกับเรื่องราวได้เป็นอย่างดีเลย
การที่ต้องเลือกระหว่างความฝันในการเป็นนักฟุตบอลกับความรักของคนรอบข้างมันคือโจทย์ที่โหดร้ายที่สุด ชายผมขาวเลือกที่จะไม่ยอมแพ้แต่หญิงสาวเลือกอยากให้เขาปลอดภัย ความขัดแย้งนี้ใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ทำให้คนดูต้องขบคิดตามว่าถ้าเป็นเราเราจะเลือกทางไหนกันแน่
ทุกครั้งครั้งที่กล้องซูมเข้าไปที่ดวงตาของตัวละครเราจะเห็นความเจ็บปวดและความหวังปนกันอยู่ โดยเฉพาะฉากที่น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวมันทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก การแสดงใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย เรื่องนี้ทำให้เราเชื่อสนิทใจว่าพวกเขากำลังเจ็บปวดจริงๆ เลยล่ะ
ดูจบแล้วรู้สึกจุกอกมากกับชะตากรรมของนักเตะดาวรุ่งที่ต้องมาเจอกับอาการบาดเจ็บหนักขนาดนี้ แต่ก็มีกำลังใจจากคนรักคอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ มันเป็นเรื่องราวที่ทั้งเศร้าและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ทำให้เราเห็นคุณค่าของการมีกันและกันในวันที่ยากลำบากที่สุด