ฉากนี้ทำเอาจุกอกเลยนะ เห็นแววตาของนักเตะทีมสีน้ำเงินแล้วสัมผัสได้ถึงความหมดหวังอย่างชัดเจน การแข่งขันฟุตบอลไม่ใช่แค่กายแต่คือใจด้วย เรื่องราวใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย สะท้อนความจริงโหดร้ายว่าบางครั้งความพยายามอาจไม่พอเมื่อเจอพรสวรรค์ระดับพระเจ้า ฉากที่เข่าทรุดลงกลางสนามยิ่งทำให้คนดูอินไปกับความเจ็บปวดนั้นสุดๆ อยากให้ลุกขึ้นสู้ต่อจริงๆค่ะ
ผู้เล่นหมายเลขสิบทีมสีแดงเก่งเกินไปจนน่าตกใจ การเลี้ยงบอลและการยิงประตูแต่ละครั้งเหมือนไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเลยสักนิดเดียว ดูแล้วรู้สึกกดดันแทนทีมคู่แข่งจริงๆค่ะ ผลงานแอนิเมชันใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ทำออกมาได้อลังการมาก โดยเฉพาะฉากที่ลูกฟุตบอลพุ่งเข้าตาข่ายด้วยความเร็วสูงจนเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมานั้นสวยจนต้องหยุดดูซ้ำเลย
คะแนนที่ห่างกันสามต่อศูนย์มันไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่มันคือกำแพงที่สูงมากสำหรับทีมสีน้ำเงิน เสียงพากย์ที่สื่ออารมณ์ความเหนื่อยล้าออกมาได้ดีมากจริงๆ คนดูอย่างเรายังรู้สึกหายใจไม่สะดวกตามตัวละครเลย เรื่องราวใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ทำให้รู้ว่าโลกฟุตบอลนั้นโหดร้ายแค่ไหนเมื่อต้องเจอกับผู้เล่นที่เก่งเกินระดับเดียวกันไปมาก
ชอบฉากที่ผู้เล่นทีมสีแดงเดินจากไปเหมือนพระเจ้าเลย มันดูเท่และดุดันมากในขณะเดียวกันก็ทำให้คู่แข่งรู้สึกตัวเล็กไปทันที ภาพแสงสว่างด้านหลังเขาช่วยเสริมบรรยากาศนี้ได้ดีสุดๆ เป็นอีกหนึ่งฉากประทับใจใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ที่ทำให้รู้ว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าอัจฉริยะที่แท้จริงและไม่มีใครเทียบชั้นได้เลยในสนามนี้
ความพยายามของกัปตันทีมสีน้ำเงินน่าชื่นชมมากแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแค่ไหนก็ตาม เขาพยายามสั่งการเพื่อนร่วมทีมจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ แต่ผลลัพธ์มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน ดู (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย แล้วรู้สึกอยากเอาใจช่วยทีมที่แพ้ให้ลุกขึ้นสู้ใหม่สักครั้งเพราะกีฬาไม่เคยจบลงแค่เกมเดียวจริงๆค่ะ
ฉากสโลว์โมชั่นตอนลูกบอลพุ่งเข้าประตูทำออกมาได้ละเอียดมาก เห็นแรงกระทบของตาข่ายและหญ้าที่ปลิวไปตามแรงเตะเลย รายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ทำให้ (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย ดูมีความสมจริงมากขึ้นแม้จะเป็นการ์ตูนก็ตาม คนดูรู้สึกถึงพลังของการยิงประตูนั้นได้อย่างชัดเจนจนแทบจะรู้สึกเจ็บแทนผู้รักษาประตูเลย
รู้สึกสงสารผู้รักษาประตูทีมสีน้ำเงินที่ต้องเผชิญหน้ากับลูกยิงทรงพลังแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริงๆ ไม่มีใครผิดเลยแค่ระดับความเก่งมันต่างกันเกินไปเท่านั้นเอง เรื่องราวใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย สอนให้รู้ว่าบางครั้งเราต้องยอมรับความจริงแล้วกลับมาพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิมถึงจะก้าวข้ามกำแพงนี้ไปได้จริงๆค่ะ
ทีมสีแดงเล่นด้วยกันเป็นระบบมากเห็นได้จากการเคลื่อนที่พร้อมกันของผู้เล่นทุกคนในสนาม การส่งบอลที่แม่นยำทำให้ทีมสีน้ำเงินตั้งรับไม่ทันเลยสักนิดเดียว ดู (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย แล้วรู้ว่าฟุตบอลคือกีฬาทีมเวิร์คจริงๆ แต่บางครั้งตัวบุคคลก็สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญได้เหมือนกันเหมือนที่หมายเลขสิบทำไว้จริงๆค่ะ
แววตาของผู้เล่นหมายเลขสิบทีมสีน้ำเงินตอนนั่งคุกเข่ามันบอกอะไรได้หลายอย่างมาก ทั้งความเสียดายความเหนื่อยและความไม่ยอมแพ้ซ่อนอยู่ลึกๆ ฉากนี้ทำให้คนดูใจสลายตามไปด้วยจริงๆ เป็นฉากที่ดึงอารมณ์ได้ดีที่สุดใน (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย เลยก็ว่าได้ที่ทำให้เราอินไปกับตัวละครมากจริงๆค่ะ
โดยรวมแล้วตอนนี้ให้อารมณ์ที่หนักหน่วงมากสำหรับทีมที่แพ้แต่ก็ทำให้คนดูตื่นเต้นไปกับเกมฟุตบอลคุณภาพสูงจริงๆ การออกแบบตัวละครมีเอกลักษณ์มากโดยเฉพาะทรงผมสีขาวของตัวเอกทีมสีแดง ดู (พากย์เสียง) นักเตะอัจฉริยะ พลิกตำนานต้าเซี่ย แล้วรู้สึกคุ้มค่ากับการติดตามมากเพราะไม่รู้ว่าตอนต่อไปทีมสีน้ำเงินจะพลิกกลับมาได้ไหมจริงๆค่ะ