ฉากที่แม่ทัพหญิงยืนก้มหน้าดูแผนที่กับองค์หญิงที่เดินเข้ามาพร้อมม้วนคัมภีร์ บอกเลยว่าเคมีระหว่างสองตัวละครนี้แรงมาก สายตาที่แม่ทัพมององค์หญิงเต็มไปด้วยความสงสัยและความกดดัน ในขณะที่องค์หญิงยิ้มบางๆ แต่แววตากลับดูมีเลศนัย การแสดงสีหน้าของนักแสดงทั้งสองคนในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ดูแล้วลุ้นว่าใครจะหักหลังใครก่อน
จุดพีคของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นม้วนคัมภีร์เก่าๆ ที่องค์หญิงเอามามอบให้แม่ทัพ ดูจากปฏิกิริยาแล้วคัมภีร์นี้ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ พอแม่ทัพเปิดอ่านแล้วมีแสงเรืองออกมาจากตัวอักษร บวกกับสัญลักษณ์ที่หน้าผากเริ่มปรากฏขึ้น ยิ่งทำให้สงสัยว่าคัมภีร์ในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นี้เกี่ยวข้องกับพลังวิเศษหรือคำสาปอะไรบางอย่างรึเปล่า
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล เลย ชุดเกราะของแม่ทัพหญิงดูหนักแน่นและสมจริง มีลวดลายมังกรที่ละเอียดมาก ส่วนชุดสีแดงขององค์หญิงก็หรูหราด้วยลายปักทองรูปหงส์ที่ดูมีพลัง เครื่องประดับศีรษะก็อลังการไม่แพ้กัน ใส่ใจทุกรายละเอียดจนทำให้ตัวละครดูมีมิติและมีฐานะที่แท้จริง
ชอบการใช้แสงเงาในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะฉากที่เงาของแม่ทัพทอดยาวบนกำแพงหิน มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวและภาระหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับ แสงเทียนที่ริบหรี่ในห้องมืดๆ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศความลึกลับและความกดดันได้ดีมาก ในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล ใช้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างตัดกับแสงเทียนได้สวยงามและมีความหมายสุดๆ
ตอนที่แม่ทัพอ่านคัมภีร์แล้วจู่ๆ ก็มีรอยสักสีแดงปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก บอกเลยว่าขนลุกเลย! มันดูเหมือนสัญลักษณ์เวทมนตร์อะไรบางอย่าง ที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาในคัมภีร์พอดี รอยสักนี้ในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกพลังบางอย่าง หรืออาจจะเป็นคำสาปที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิดก็ได้ ลุ้นมากๆ ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น