ฉากงานปาร์ตี้หรูดูสวยงามแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะผู้ชายในชุดสีชมพูที่มองไปด้วยสายตาแหลมคมเหมือนกำลังจับผิดใครบางคน ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในเรื่อง บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมายซ่อนอยู่ แสงไฟจากโคมระย้าสะท้อนลงบนแก้วแชมเปญแต่กลับไม่อาจซ่อนความรู้สึกอิจฉาที่ลุกโชนอยู่ภายในใจของเขาได้เลยจริงๆ คนดูจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่กดดัน
ชายหนุ่มในชุดสีเบจยืนมองพลุไฟนอกหน้าต่างเพียงลำพังทั้งๆ ที่ในงานเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ภาพนี้สื่อถึงความเหงาได้ชัดเจนมากเหมือนเขาต้องการอะไรบางอย่างที่หาคำตอบไม่ได้ เนื้อหาของ บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน เล่นกับอารมณ์เหงาได้ดีมาก ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับตัวละครว่าบางครั้งความสำเร็จก็ไม่ได้มาพร้อมกับความสุขเสมอไป ความเงียบงันในฉากนี้ดังกว่าเสียงเพลงในงานเสียอีก
ต้องชื่นชมทีมเครื่องแต่งกายที่เลือกชุดได้เหมาะกับบุคลิกตัวละครมากทั้งชุดสูทสีชมพูลายทางและเสื้อหนังสีน้ำตาลที่ดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร รายละเอียดเล็กๆ อย่างเล็บสีดำก็ช่วยเสริมความดูลึกลับให้ตัวละครได้เป็นอย่างดี ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน การแต่งตัวไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่ยังบอกสถานะและความรู้สึกของตัวละครในแต่ละฉากได้ชัดเจนมากจริงๆ แฟชั่นคือภาษาอย่างหนึ่งที่ตัวละครใช้สื่อสาร
เสียงแก้วแชมเปญชนกันดังกังวานไปทั่วห้องโถงแต่กลับไม่ใช่เสียงแห่งความสุขเสมอไปบางครั้งมันคือสัญญาณของการท้าทายหรือการประกาศสงครามอย่างเงียบๆ ฉากนี้ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก คนดูสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่กดดันแม้ว่าทุกคนจะยิ้มแย้มก็ตาม มันคือศิลปะของการเล่าเรื่องผ่านเสียงและภาพที่สมบูรณ์แบบจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม
มีหลายฉากที่ตัวละครเพียงแค่มองตากันแต่คนดูกลับเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีบทพูดใดๆ เลย สายตาที่ส่งต่อกันระหว่างผู้ชายสองคนในชุดทักซิโด้บอกเล่าเรื่องราวมากมาย ความขัดแย้งและความเข้าใจผิดใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ถูกสื่อสารผ่านภาษากายได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้คนดูต้องคอยจับตามองทุกสีหน้าท่าทางอย่างไม่กระพริบตาเลยเพราะกลัวจะพลาดรายละเอียดสำคัญ
สถานที่จัดงานที่หรูหราอลังการกับโคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่สร้างบรรยากาศที่ดูฝันมากแต่ภายใต้ความสวยงามนั้นกลับซ่อนปมดราม่าไว้อย่างแน่นหนา ทุกมุมห้องดูเหมือนจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นเสมอ ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ฉากหลังไม่ใช่แค่ฉากหลังแต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ขับเคลื่อนอารมณ์คนดูให้ตื่นเต้นไปกับความลับที่ถูกปิดบังไว้ ความหรูหราอาจเป็นเพียงหน้ากากที่สวมใส่
ฉากสุดท้ายที่ผู้ชายในชุดสีชมพูยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมรอยยิ้มมุมปากมันช่างน่าขนลุกและน่าติดตามมากมันเหมือนเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างไว้แล้ว ความแค้นหรือความรักกันแน่ที่เป็นแรงผลักดัน ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ตัวละครแต่ละตัวมีชั้นเชิงทางอารมณ์ที่สูงมาก ทำให้คนดูต้องคาดเดาตอนต่อไปไม่ถูกจริงๆ ว่าใครจะชนะในเกมนี้ ความรู้สึกไม่แน่นอนคือเสน่ห์ของเรื่อง
ตัวละครที่ใส่เสื้อหนังสีน้ำตาลดูผ่อนคลายที่สุดท่ามกลางงานทางการแบบนี้แต่แววตากลับมีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่ การถือแก้วแชมเปญอย่างสบายๆ แสดงถึงความมั่นใจที่สูงมาก ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน การออกแบบตัวละครให้มีความแตกต่างชัดเจนช่วยให้คนดูจำได้ง่ายและรู้สึกอินไปกับบทบาทที่แต่ละคนได้รับมอบหมายมาให้แสดงในเวทีนี้ ความแตกต่างของชุดทำให้เด่นมาก
ชายหนุ่มที่มองนาฬิกาข้อมือขณะถือแก้วไวน์บอกเราว่าเขาอาจกำลังรอใครบางคนหรือรอเวลาสำคัญบางอย่าง ความกังวลเล็กน้อยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสงบเสงี่ยมทำให้ฉากนี้ดูมีมิติมาก ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้คือสิ่งที่ทำให้ละครแตกต่างจากเรื่องอื่น เพราะมันใส่ใจในความรู้สึกของตัวละครอย่างแท้จริง คนดูจะสัมผัสได้ถึงความเร่งรีบที่ซ่อนอยู่
ดูเหมือนว่าทุกตัวละครต่างเชื่อมโยงกันด้วยเส้นด้ายบางๆ ที่มองไม่เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพี่น้องและคนรักทำให้เรื่องราวสนุกขึ้นมาก ใครที่ชื่นชอบดราม่าโรแมนติกห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาด ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันจนกลายเป็นภาพใหญ่ที่สวยงามและน่าประทับใจสำหรับคนดูที่ต้องการความบันเทิงเต็มรูปแบบ เรื่องราวจะจบลงอย่างไรต้องติดตาม