การนั่งอยู่คนเดียวในห้องมืดตอนจบช่างสะเทือนใจมาก แม้ภายนอกจะดูประสบความสำเร็จแต่ข้างในกลับว่างเปล่า เรื่องราวใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ทำให้เห็นด้านมืดของวงการแฟชั่นได้ดีจริงๆ การสื่อสารผ่านข้อความที่ไม่ได้รับตอบกลับยิ่งเพิ่มความเหงาให้ตัวละครหลักอย่างชัดเจน ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับความเงียบงันได้ดีมาก อยากให้ตอนต่อไปเขาได้คุยกันสักที
ชอบฉากที่พระเอกพิมพ์ข้อความหาคนนั้นคนนี้อย่างจริงจัง แต่ดูเหมือนไม่มีใครเข้าใจเขาเลยจริงๆ เนื้อเรื่องใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน เล่นกับประเด็นการสื่อสารในยุคดิจิทัลได้เจ็บมาก การที่เขพยายามอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้เรื่องยุ่งยากแต่กลับเงียบหาย มันทำให้คนดูเอาใจช่วยแทบตาย หวังว่าความสัมพันธ์นี้จะลงเอยอย่างไรกันแน่
ภาพสวยมากทุกฉากโดยเฉพาะตอนอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพ แสงเงาช่วยบอกอารมณ์ตัวละครได้โดยไม่ต้องพูดเยอะเลย สำหรับใครที่ดู บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน จะรู้ว่ารายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างกล้องถ่ายรูปบนโต๊ะบอกความเป็นตัวตนของเขาได้ดีมาก ฉากในห้องเรียนก็ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของชีวิตที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ชอบการเล่าเรื่องผ่านภาพแบบนี้
ฉากในห้องเรียนทำให้เห็นอดีตหรืออีกด้านหนึ่งของเขาที่น่าสนใจมาก การนั่งพิมพ์ข้อความขอโทษใครบางคนทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ เรื่องราวใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน กำลังจะบอกอะไรเราเกี่ยวกับความผิดพลาดกันแน่ เพื่อนร่วมชั้นดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ ทำให้เขาดูโดดเดี่ยวแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คน น่าติดตามมากจริงๆ
ฉากถ่ายแบบดูมืออาชีพมากแต่แววตากลับบอกอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ การที่เขายิ้มให้กล้องแต่ใจอาจไม่ยิ้มตามคือจุดเด่นของ บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน เลยก็ว่าได้ เพื่อนร่วมงานยื่นโทรศัพท์ให้ดูอะไรบางอย่างก็ทำให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังกันแน่ ความขัดแย้งระหว่างงานกับความส่วนตัวทำได้ดีมากจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องที่เดินเข้ามาในห้องทำงานที่มีกล้องวางเต็มโต๊ะบอกเลยว่าเขาเป็นช่างภาพหรือคนทำงานด้านนี้ การดู บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ทำให้รู้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้สำคัญกับเขามากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาสนใจข้อความในโทรศัพท์มากกว่างานตรงหน้าเสียอีก ความลึกลับนี้ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันที
ความตึงเครียดทางอารมณ์ในเรื่องนี้สูงมากโดยเฉพาะตอนเขาอ่านข้อความแล้วไม่ตอบกลับทันที เรื่องราวใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน สร้างปมด้อยในใจตัวละครได้ละเอียดอ่อนมาก การที่เขาพยายามติดต่อไปแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหลีกเลี่ยงทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแทน อยากให้ทุกอย่างคลี่คลายได้โดยดีสักทีนะ
ช่วงที่เขายิ้มแล้วถ่ายเซลฟี่ดูหมือนจะมีความสุขแต่พอตัดภาพมาตอนพิมพ์ข้อความกลับดูจริงจังมาก ความย้อนแย้งแบบนี้คือเสน่ห์ของ บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ที่ทำให้คนดูต้องตีความว่าแท้จริงแล้วเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ ภาพลักษณ์ภายนอกกับความรู้สึกภายในช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยจริงๆ
ตอนจบที่เขานั่งอยู่บนกล่องคนเดียวในห้องมืดใหญ่ทำให้รู้สึกเหงาจับใจ แสงสว่างเพียงน้อยนิดส่องมาที่เขาเหมือนเป็นความหวังเล็กๆ ใน บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ฉากนี้สื่อถึงความโดดเดี่ยวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย คนดูคงรู้สึกอยากเข้าไปปลอบใจเขาจริงๆ เลยล่ะครับ
บรรยากาศโดยรวมของเรื่องดูทันสมัยและมีความเป็นเมืองสูงมาก การดู บังเอิญเป็นพี่น้องกัน ตั้งใจรักกัน ผ่านหน้าจอทำให้เห็นรายละเอียดภาพได้ชัดเจนมาก ทุกฉากมีการออกแบบมาอย่างดีเพื่อสื่ออารมณ์ตัวละคร โดยเฉพาะการใช้โทนสีฟ้าและส้มที่ตัดกันได้อย่างลงตัว น่าติดตามจริงๆ การเล่าเรื่องผ่านสายตาตัวละครก็ทำได้ดีมากเช่นกัน