ความสนุกของ ถักทอรักกลางทุ่ง อยู่ที่ความแตกต่างของตัวละคร นางเอกแข็งแกร่งดุจหินผา ส่วนพระเอกดูบอบบางและประหลาดใจกับทุกการกระทำของเธอ ฉากที่เธอเข้าไปจัดการพระเอกที่กำลังสับฟืน หรือฉากที่เธอป้อนน้ำแล้วพระเอกทำท่าทางเขินอาย มันช่างเป็นเคมีที่ลงตัวมาก ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจและขำกลิ้งไปกับความซื่อบื้อของผู้ชาย
ชอบมากกับฉากเปิดเรื่องที่นางเอกไปหาปลาในลำธาร การที่เธอใช้ท่อนไม้แทงปลาและใช้มือจับปลาตัวใหญ่ๆ ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย มันแสดงให้เห็นถึงทักษะการเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่แค่การแสดง แต่ดูเหมือนเธอทำมันได้จริงๆ ฉากที่ปลากระโดดใส่ตะกร้าและเธอหัวเราะร่า ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตชนบทของ ถักทอรักกลางทุ่ง
ตัวละครพระเอกในเรื่องนี้ทำออกมาได้น่ารักมาก โดยเฉพาะสีหน้าตอนที่นางเอกเข้ามาใกล้ๆ หรือทำอะไรแผลงๆ เขาจะทำตาโตและเขินจนตัวสั่น ฉากที่นางเอกจับคางเขาแล้วพูดจาขี้เล่น พระเอกถึงกับนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ ความเขินอายนี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าเอ็นดูมาก เป็นความสัมพันธ์ที่ดูแล้วอยากเอาใจช่วยให้ทั้งคู่ได้รักกันเร็วๆ ใน ถักทอรักกลางทุ่ง
มีฉากหนึ่งที่นางเอกใน ถักทอรักกลางทุ่ง แบกก้อนหินขนาดใหญ่เดินลุยน้ำมาอย่างสบายๆ ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา พลังกายที่เกินผู้หญิงทั่วไปทำให้พระเอกที่เดินตามมาต้องตะลึงงัน การแสดงออกทางสีหน้าของเธอที่ดูมุ่งมั่นแต่ก็แฝงความขี้เล่น ทำให้ฉากนี้กลายเป็นฉากประทับใจที่คนดูต้องจำไปอีกนาน
นอกจากตัวละครแล้ว ฉากหลังของเรื่องก็ทำออกมาได้ดีมาก บรรยากาศหมู่บ้านโบราณที่มีบ้านไม้และธรรมชาติล้อมรอบ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอยากไปใช้ชีวิตแบบนั้นบ้าง ฉากที่นางเอกเดินกลับเข้าหมู่บ้านพร้อมตะกร้าปลาบนหลัง ดูแล้วรู้สึกถึงความเรียบง่ายและความสุขที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน ถักทอรักกลางทุ่ง พาเราหนีจากความวุ่นวายไปสู่อีกโลกหนึ่งได้อย่างยอดเยี่ยม